Other

หมายเหตุ ภาพประกอบข้างบนไม่เกี่ยวอะไรกะที่จะพูดวันนี้เลย

ตกใจ ที่พบว่าวันนึงมีคนเปิดดูบล็อคนี้มากมายทั้งๆที่ไม่ได้โฆษณาตามเว็บบอร์ดการ์ตูน ที่ยังไม่ได้โฆษณานี่เป็นเพราะกะว่าจะเก็บบท comics director ต่างๆให้เยอะๆก่อน แต่ดูเหมือนว่าบล็อคแห่งนี้จะรั่วออกไปแล้ว ก็ทำให้รู้สึกดีใจจริงๆที่มีคนรักความรู้กันมากขนาดนี้

ได้ยินหลายคนบ่นว่ามันเยอะและยาวมาก อ่านแล้วตาลาย บางคนถึงกับ print มันออกมาอ่านก็มี - -" เอาเป็นว่าคราวหลังถ้าอ่านไม่ไหวให้ลงเมล์ไว้ท้ายบล็อคนะคะ จะส่ง text file ไปให้ถึงที่เลย

วันนี้เราก็ยังอู้ไม่ได้ลง "บทออกแบบตัวละครให้โดนใจ" ต่อไป โห่ ฮิ้ว ~~ ก็เลยมาอัพบล็อคคั่นไว้ว่า ยังไม่ไปไหนนะ !!

แต่รับรองได้เลยว่าบทออกแบบตัวละครนี้จะมี "ภาพประกอบ"เยอะแยะเลย เพื่อให้เข้าใจถ่องแท้ยิ่งขึ้น

ตอนนี้ก็ขอให้ทบทวนบทการออกแบบพล็อตสำหรับวงการการ์ตูนที่ผ่านมาให้ชำนาญยิ่งขึ้นไปนะ

งั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงงานปัจจุบันที่เป็นงานประเภท comics director ของเราละกัน

ตอนนี้ทุกคนก็คงทราบดีว่าวงการการ์ตูนไทยกำลังอยู่ในระหว่างเติบโต ดังนั้นเราจะไม่ได้เห็นภาพการ์ตูนไทยที่ได้รับการโปรโมตอย่างหวือหวาเท่าไรนัก สำหรับประเทศมหาอำนาจการ์ตูนอย่างญี่ปุ่นนั้นสิ่งอื่นๆอาจจะเป็น merchadise(สินค้าจากคาแร็กเตอร์) ของการ์ตูนที่ผลิต แต่บ้านเรานั้นการ์ตูนจะเป็น Merchandise ของสิ่งอื่นๆ

ปกติแล้วการจะใช้การ์ตูนเป็น Merchandise ที่มีประสิทธิภาพ สินค้านั้นๆจะต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่คาบเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่อ่านการ์ตูนในประเทศไทย เช่น สินค้าสำหรับเด็ก และ สินค้าสำหรับคนการ์ตูนนั่นเอง

เวลารับโจทย์มาจะต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้อ่าน วัย ความสนใจ และลักษณะรูปแบบของเนื้อเรื่องสินค้า(ถ้ามี) เช่น การวางแผน comics director เพื่อเป็น Merchandise ของ การ์ดเกม ก็จะต้องคำนึงเรื่อง....

- ให้ผู้เล่นใหม่ที่เป็นเด็กอ่านได้รู้เรื่อง สนุกอยากลองเล่น -> ควรทำเป็นแนวแอ็คชั่น ตลก (แนวโชเน็น)

- ให้ผู้เล่นที่เล่นมานานเข้าใจ -> ใส่ดราม่าเกี่ยวกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงในวงการการ์ด

- ผู้เล่นส่วนมากสนใจการ์ตูน เกม อะนิเม -> ใส่ตัวละครที่เป็นที่นิยมลงไปด้วย

- ลักษณะสัดส่วนตัวละคร และลายเส้น -> เลือกผู้เขียนให้เหมาะสมกับโจทย์

- ลักษณะการจัดวาง ลำดับภาพ เล่าเรื่อง -> เลือกผู้เขียนให้เหมาะสมกับโจทย์

พอได้แผนขั้นแรกก็เฟ้นหาคนเขียน คนเขียนที่ถนัดวาดการ์ตูนแนวโชเน็น(การ์ตูนสำหรับเด็กผู้ชาย)จะมีโอกาสได้งานกว้างขวางกว่า เพราะว่าการ์ตูนแนวนี้จะโดนใจเด็กๆง่าย เช่น การ์ตูนขายของเล่นก็จะใช้แนวโชเน็นเหมือนกัน นอกจากนี้ฐานการ์ตูนโชเน็นอาจกว้างไปถึงผู้ใหญ่ตอนต้นที่ชอบของเล่นเลย นอกจากนี้คนวาดการ์ตูนที่ถนัดวาดแนวสาวน้อยน่ารัก ตลก ก็มีโอกาสได้งานกว้างขวางอยู่เหมือนกัน เพราะจะมีฐานผู้อ่านที่กว้างเช่นกัน (เพราะความน่ารักสุดยอดจะดึงดูดได้มากค่ะ) สำหรับคนเขียนที่ไม่เคยวาดแนวเหล่านี้มาก่อน ถ้าเป็นไปได้ก็ยังไม่ควรให้เค้ารับงานที่ไม่เหมาะกับเค้า เพราะจะทำให้ถ่ายทอดได้ไม่ดี (ไม่ควรให้เค้าฝืนวาด เว้นแต่เค้าจะเต็มใจฝึกแนวนี้จริงๆ)

ปกติงานโปรโมตส่วนมากจะเน้นใช้การ์ตูนแนวโชเน็นกับแนวสายน้อย ตลก (โมเอะ) ถ้าฐานกลุ่มเป้าหมายกว้างมาก เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่อ่านการ์ตูนทั้งหมด ปกติจะใช้ 2 แนวนี้ผสมกันเลย

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่าแค่เขียนการ์ตูนให้เป็นแนวนี้ก็จะส่งเสริมการขายสินค้านั้นๆได้นะ ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จจริงๆ การ์ตูนนั้นต้องมีปมพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของ series ของเรื่องด้วย เราต้องใส่ปมเรื่องลงไปด้วยนะ เป็นความดึงดูในเชิงจิตวิทยาอย่างหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น จากอะนิเมชั่น มีคนต้องการให้เราทำเป็นการ์ตูน comic ด้วย ทางที่ดีเราไม่ควรทำ comic ให้เหมือนเนื้อเรื่องในอะนิเม ควรจะทำแบบส่งเสริมกันมากกว่า คือ ควรทำเป็นเนื้อเรื่องพิเศษ เพื่อดึงคนที่อ่านการ์ตูนเราให้ติดตามอะนิเม และดึงให้คนที่ชอบอะนิเม สนใจ การเติมเต็มเนื้อเรื่องจากการ์ตูนเรา ในขณะเดียวกันเรื่องเราจะต้องมีปมขัดแย้งในเรื่องที่คาบเกี่ยวกับปมขัดแย้งในภาคอะนิเมด้วย โดยไม่ควรทำให้เหมือนกัน แต่ทำออกมาให้มีการคาบเกี่ยวกันเฉยๆ เหมือนเป็นการย้ำปมเรื่องนี้อีกทีให้คนที่ติดตามรู้สึกถึงปมเรื่องที่ต้องการจะนำเสนอชัดขึ้น ทำให้ผู้อ่านรู้สึกร่วมกันทั้งภาคอะนิเมและการ์ตูน เป็นความรู้สึกที่เหมือนกันในแบบแตกต่าง (งงมั้ยเอ่ย)

พูดง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่นอะนิเมเป็นเนื้อเรื่องซีเรียสมีปมเกี่ยวกับความหลังฝังใจที่พ่อแม่ตัวเอกตาย พอเป็น comic เราอาจจะเปลี่ยนแนวเป็นตลก รั่ว ติงต๊อง ไปเลยก็ได้แต่ให้คงปมเรื่องเรื่องความหลังฝังใจไว้ด้วย คือ คง พล็อตไว้ แต่เปลี่ยนแนวไปเลย วิธีนี้มีข้อดี คือ จะทำให้จับกลุ่มตลาดได้กว้างขึ้น พอเป็น comic แล้วทำให้ตลก เด็กๆก็จะอ่านง่ายและยังติดตามพล็อตของเราด้วย ถ้าเค้าติดใจพล็อตในอนาคตเค้าก็จะสนใจดูอะนิเมไปด้วยทั้งๆที่ไม่ใช่แนวของเค้าแต่เดิม นี่เป็นเทคนิกอย่างหนึ่งของ comics director

ตอนนี้นอกจากงานประจำ ไปรับงานพิเศษ Producer & DirectorComics for visual novel game มาค่ะ สนุกมากงานนี้ ! งานนี้เราไม่ได้แค่เป็นผู้ดูแลอย่างเดียวนะ เราโดดไปร่วมเขียนด้วย ไว้งานนี้เสร็จแล้วจะเขียนถึงงานนี้ทีหลังค่ะ

แล้วเจอกันวันหลังค่ะ ^o^/กุ๊ปปี้ !!.......

มาดู Lucky☆Star กันเถอะ

ระหว่างที่กำลังรอการชำแหละหัวข้อเทคนิกการออกแบบคาแร็กเตอร์

ก็เอาการ์ตูนที่วาดไว้เมื่อปีโน้น สมัยกลับจากการพักผ่อนที่แสนจะ impossible มาให้อ่านเล่นฆ่าเวลากันดีกว่า

ทัวร์บางแสนเป็นการ์ตูนที่วาดด้วยความรู้สึกสนุกแบบสดๆ แล้วบังเอิญเอาไปโพสลงเว็บบอร์ดให้อ่านเล่นๆกัน ได้รับการตอบรับจนอย่างล้นหลาม

ตอนวาด นี่แค่วาดเอาขำๆ

ก็ลองดูสิ ชุ่ยแค่ไหน เขียนคำผิดอีกต่างหาก สงสัยจะเหม่อไปหน่อย

การ์ตูนนี้เป็นการ์ตูนที่เอามาทำหัวบล็อค ใช้ดินสอวาดทั้งหมดแบบไม่ร่าง จริงๆไอ้นี่มันก็ใกล้เคียงกับความเป็น story board (เนมการ์ตูน) ที่ปกติคนที่ทำ story สำหรับการ์ตูนจะทำออกมาราวๆนี้เลย

สิ่งใกล้ตัวสิ่งเดียวกัน คนเราย่อมมองแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล จริงๆอุปสรรคในการ์ตูนบางคนอาจจะมองว่ามันเป็นทัวร์ที่เลวร้ายก็ได้ หรือ จะมองว่ามันเป็นทัวร์ที่แปลกใหม่ก็ได้ ตอนไปเที่ยวนี้เราพกพาอารมณ์สนุกตื่นเต้นสุดเหวี่ยงไปด้วย พร้อมความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม ใช้สายตาคู่นี้แสกนภาพทุกอย่างที่เห็นเข้าหัว เพราะฉะนั้นเวลาที่ถ่ายทอดออกมาบนกระดาษเนี่ยมันก็จะวิ่งๆๆๆๆต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเดินทางจนจบวันที่เราไปเที่ยว

การถ่ายทอดเรื่องราวการ์ตูนบทกระดาษชนิดผ่านเข้าหัวแล้วเขียนได้นี่ต้องอาศัยประสบการณ์ คนเขียนที่มีความสามารถในการสังเกตสิ่งรอบตัวจะได้เปรียบมาก ผู้เขียนการ์ตูนควรหาเวลาออกไปหาประสบการณ์และความรู้สึกใหม่ๆให้กับชีวิตอยู่เสมอ

นอกจากนี้ การฝึกวาดการ์ตูนสู่ความเป็นมืออาชีพ ผู้เขียนควรฝึกจากการจับเรื่องราวรอบตัวมาถ่ายทอดเป็น comic บนกระดาษอยู่เสมอ กล่าวได้ว่าการจะเขียนการ์ตูนให้เป็นจริงๆ(ที่เรียกได้ว่าเขียนการ์ตูนเป็น) จะต้องเคยวาดการ์ตูนเรื่องทั้งลงเส้นไม่ลงเส้นมาแล้วรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 300 หน้า บางคนก็กล่าวว่าจะต้องไม่ต่ำกว่า 1000 หน้า ก็มี

พยายามเขียนให้ได้วันละ 2 - 4 หน้า จะช่วยให้พัฒนาเร็ว

สิ่งสำคัญของการ์ตูน คือ การเล่าเรื่อง ส่วนเรื่องของภาพนั้นเป็นเรื่องของความดึงดูดทางการตลาดซึ่งเป็นเรื่องรอง ดังนั้นถ้าอยากจะเขียนการ์ตูนเป็นก็วาดเยอะๆให้รู้วิธีเล่าเรื่องได้ก่อนแล้วค่อยมาหัดลงเส้น หรือ อะนาโตมี่ ฯลฯ ทีหลังจะดีกว่า

อย่างที่กล่าวไปในบทที่แล้ว

ถ้าเน้นภาพอย่างเดียวสุดท้ายจะกลายเป็น illus นักวาดภาพประกอบ

ถ้าเน้นเนื้อเรื่องอย่างเดียวสุดท้ายจะกลายเป็นคนทำงานโฆษณา ภาพยนต์ เขียนนิยาย ฯลฯ

ถ้าเล่าเรื่องลงกระดาษแบบ comic เป็น จะกลายเป็น "นักเขียนการ์ตูน"

----------------------------

ป.ล. ทัวร์บางแสนไม่ได้จงใจใส่ส่วนผสมการตลาด แต่มันดันมีส่วนผสมของการตลาดการ์ตูน 2 ข้อ คือ เรื่องใกล้ตัว และ ตลก ก็ไม่ได้ตั้งใจอะไรเป็นพิเศษอ่ะนะ เพราะเราเป็นคนที่ชอบและถนัดการ์ตูนตลกอยู่แล้วบวกกับการชอบสังเกตเรื่องราวชีวิต ผลที่ได้ก็จะเป็นเรื่องใกล้ตัวแบบนี้ พยายามสังเกตตนเองและสิ่งรอบข้างให้มากๆ พยายามตีความมันด้วยนะ ไม่ใช่จำอย่างเดียว = =" นี่เป็นครั้งแรกที่เราเขียนเรื่องของตนเองลงบล็อคเลยนะนี่ ก็อยากแบ่งปันสิ่งเล็กๆให้คนรอบข้างน่ะนะ ^^

กำลังเคลียร์งานอยู่จ้า ตอนนี้ก็ "คุยกันระหว่างขั้นบท" กันก่อนละกัน

จบ season ของการออกแบบพล็อตแล้ว เมื่อเราได้พล็อตที่โดนใจมาแล้ว ก็มาถึงขั้นออกแบบคาแร็กเตอร์ล่ะ

ตอนนี้กำลังจัดเตรียมการเข้าบท "ออกแบบคาแร็กเตอร์ให้โดนใจ" อยู่น่ะ

แน่นอน บล็อควิทยาทาน comics director อันนี้ จะเน้นให้พัฒนา skill ถึงขั้น "ทำให้โดน" แค่ขั้นพื้นฐานแบบพอทำให้สนุกเป็นรูปเป็นร่างมันไม่พอ เพราะเรากำลังบริหารธุรกิจ หายุทธิวิธีแหวกตลาด แหวกคู่แข่ง ที่ทรงอำนาจมานานอย่างตลาดการ์ตูนญี่ปุ่น

การเจาะตลาดการ์ตูนในไทย การใช้วิธีการปฏิเสธการ์ตูนญี่ปุ่น หรือ การ์ตูนไทยที่มีอยู่ เพื่อยกระดับการ์ตูนในอุดมคติของตนเองมันไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรหรอก

ส่วนคำพูดที่ว่า "เราต้องร่วมมือกัน" ก็ดูจะเป็นความหวังของหลายๆคน ในตลาดการ์ตูนใต้ดิน(โดจิน) ก็ดูจะมีแนวทางที่ร่วมมือกันดี แต่ตลาดบนดินนั้นดูเหมือนว่าอุดมการณ์จะต่างกันสุดขั้วระหว่างค่ายผู้ผลิต

เราควรจะทำการ์ตูนออกมาแบบไหนถึงจะเป็นการ์ตูนไทยที่ดี อันนี้ดูเหมือนหลายๆคนจะยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน เพราะขาดความมั่นใจ บางคนก็บอกว่า การ์ตูนที่เขียนได้แล้วเราชอบเราสนุก บางคนก็บอกว่าต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ของไทยต้องต่างจากญี่ปุ่น บางคนก็คิดว่าเน้นให้คนอ่านสนุกไว้ก่อน

พวกที่คิดเน้นให้คนอ่านสนุกไว้ก่อน ก็จะปะทะกับข้อจุกจิกทางความต้องการของค่ายสำนักพิมพ์ที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันไป พอโดนกดดันมากๆ ก็กลายเป็น ทำตามความพอใจของ บ.ก. และ "ขอแค่ให้ได้วาดการ์ตูน" ถ้าปล่อยไว้แบบนี้นานวันเข้าอาจจะกลายเป็นคนหมดไฟได้ กลายเป็นคนที่ทำงานการ์ตูนเพียงเพื่อทิฐิตัวเองในอดีต

ซึ่งคนเหล่านี้ถ้ารู้ตัวได้เร็วก่อนจะสายไป พวกเค้าอาจจะเลือกที่จะกระโดดออกจากวงการการ์ตูนบนดินสู่ความเป็นอิสระ

สิ่งที่เหล่า comics director ควรทำ คือ การดึงคนเขียนการ์ตูนกลับสู่ความเป็นตัวเองอีกครั้ง ให้พร้อมที่จะเป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝันอีกครั้ง

ส่วนผสมทางการตลาด

บางคนก็ไม่ชอบการใส่อะไรตลาดๆลงไป

วงการการ์ตูนก็คล้ายๆกับวงการเพลง

เพลงตลาด คนฟังง่าย ขายง่าย แต่โหลไปก็น่าเบื่อ จะโดนหาว่าไม่มีสมอง

เพลงโคตรแนว ฟังยาก ขายยาก มีทั้งคนมองว่าแนวอย่างห่วยและแนวอย่างเริ่ด ได้ความสุขใจ แต่กินแกลบ ไม่ประสบความสำเร็จ

เพลงแนวแต่โดน คนชอบ ขายง่าย แต่จะมีคนฟลุกซักกี่คน ถ้าไม่ได้มาซึ่งความฟลุกก็ต้องตีโจทย์ตลาดได้แตกโพละ ได้ทั้งงานศิลป์ที่ดี และ ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ

บล็อค comics director นี้จะเน้นไปแนวทาง"ตลาด" กับ "แนวแต่โดน"

เพราะวงการบ้านเราถ้าออกมาแต่แนว ทำเป็นธุรกิจที่บูมไม่ได้ ก็ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกมาทำอาชีพนี้ต่อไป

จะเป็นที่รู้ๆกันว่าบล็อคนี้เน้นธุรกิจ เปิดเป็นวิทยาทานเสริมเพิ่มเติม ใครใคร่อ่านก็อ่าน

การเรียนรู้คนเรามีไม่จบสิ้น

ว่าด้วยเรื่องอื่นๆต่อ

skill สำคัญของการเขียนการ์ตูนอยู่ตรงไหน ?

ภาพ ? เรื่อง ?

ถามเฉพาะคนที่คิดทำงานอยู่วงการ comic นี้นะ

คนเขียนการ์ตูนที่ตอบ "ภาพ" มักเป็นคนที่จิตใจอ่อนไหว งดงาม จับจดกับคำวิจารณ์ มักรู้สึกว่าตนเองด้อยทางด้านภาพอยู่เสมอไม่ว่าผลงานนั้นคนทั่วไปจะชอบแล้วก็ตาม เพราะอยากทำภาพให้ได้ดั่งอุดมคติของตน เค้าจึงอยากพัฒนา skill นี้ให้มากๆ ถ้าเน้นด้านนี้มากเกินไป ผลที่ได้ คือ จากความฝันที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็หาเงินได้จากภาพ illus มากกว่า จึงผันตัวเป็น illusในที่สุด

คนเขียนการ์ตูนที่ตอบ "เรื่อง" มักเป็นคนเพ้อฝัน ชอบดูหนัง ชอบอ่านหนังสือ ชอบทำการ์ตูนตามความต้องการของตน พยายามหาเอกลักษณ์ของเรื่องตนเอง คนเขียนที่เน้นเรื่องเพียงอย่างเดียวมากเกินไปบางคนก็ติดอยู่ในวังวนความคิดของตน ยิ่งคิดทบกันมากขึ้นๆจนทำให้กลายเป็นผลงานที่ทำธุรกิจไม่ได้ก็มี โดยปกติพวกเค้าจะมีสมองที่ creative แหวกแนว เมื่อพัฒนา skill ด้านเรื่องมากยิ่งขึ้นไปๆ สุดท้ายพวกเค้ามักจะเลือกเดินทางสายงานโฆษณา ภาพยนต์ หรือ งานที่ใช้ความคิดอื่นๆที่ได้ค่าตอบแทนสูงมากกว่า

เอ้า ช้อย หมดแล้ว.....

จริงๆแล้ว การเขียนการ์ตูนจะไปเน้นภาพหรือเรื่องอย่างเดียวไม่ได้ ทั้ง 2 สิ่ง มีความสำคัญพอๆกัน ดังนั้น skill ที่สำคัญที่สุดคือ

"skill การถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบการ์ตูน"

คือ การนำเรื่องราวมาจัดเรียงในหน้ากระดาษให้ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทั้งภาพ อักษร กรอบ เอ็ฟเฟ็ค

เหมือนกับการกำกับภาพยนต์

ทำไมเทคนิก comic ของญี่ปุ่นจึงเป็นที่นิยม

ผู้ใหญ่บางท่านมองว่าเยาวชนโดนล้างสมอง

ผู้เขียนเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการวิเคราะห์ธุรกิจการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มนึง เขียนไว้ได้น่าสนใจมาก

เค้าทำสถิติค่าเฉลี่ยระยะเวลาที่ใช้ในการไล่สายตาอ่านเพื่อรับรู้เรื่องราวใน 1 หน้ากระดาษของการ์ตูนในแต่ละชนชาติ

ประสิทธิภาพการลำดับภาพของการ์ตูนญี่ปุ่นทำให้ใช้เวลาในการไล่สายตาอ่านเพื่อรับรู้เรื่องราวใน 1 หน้า เร็วที่สุดในโลก

การ์ตูนชาติอื่นจะใช้เวลาในการอ่านและไล่สายตานานกว่า อย่างการ์ตูนอเมริกา หรือ จีน ต้องอ่านตัวหนังสือในกรอบด้วยถึงจะรู้เรื่อง

แต่การ์ตูนญี่ปุ่นไม่ใช่

แค่กวาดสายตาทั้งหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วก็รู้เรื่องแล้ว

แม้จะทำให้อ่านเร็ว แต่มันทำให้เรื่องราวที่เข้ามาในหัวต่อเนื่องราวกับภาพยนต์ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมอย่างต่อเนื่อง รับรู้ทั้งภาพและเรื่องไปพร้อมๆกันในช่วงที่กวาดสายตาไปทั่วหน้ากระดาษ

"คำพูดในแต่ละกรอบคำพูดต้องรวบรัดได้ใจความ กระชับ เข้าใจได้ทันที"

"กรอบคำพูดต้องจัดวางในตำแหน่งที่สายตาผู้อ่านไล่ไปตามหน้ากระดาษอย่างเหมาะเหม็ง"

"การลำดับภาพและมุมกล้องต้องสอดคล้องและต่อเนื่องกัน"

"ฯลฯ"

และอื่นๆอีกมากมาย

นี่คือสิ่งที่เป็น skill เอกลักษณ์เฉพาะของการ์ตูนญี่ปุ่น

บล็อคแห่งนี้นำเสนอเทคนิกการกำกับการ์ตูนในไสตล์การ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเทคนิกในการถ่ายทอดเรื่องราวการ์ตูนชั้นนำของโลก

"สิ่งออกแบบมาแล้วเป็นที่นิยมจะมีเหตุผลในการออกแบบเสมอ" ขอให้จำข้อนี้ไว้ให้ดี ว่า มันไม่ใช่เพราะความรู้สึกอย่างเดียว แต่มันเป็นสิ่งที่คนริเริ่มทำการวางแผนมาแล้วด้วย

อย่าเลียนแบบอะไรโดยไม่รู้เหตุผล เด๋วจะกลายเป็น ตลาด แบบไม่มีสมอง โดนดูถูกอีก แต่คนที่ไม่สนคำดูถูกก็มีถมไป ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่สิ่งบันเทิงเนี่ยถ้ามีแต่คนตามกระแส แต่ไม่มีคนสร้างกระแสเลยนี่ก็ไม่ไหวนา

ถ้าไม่รู้ก็ต้องทำวิจัยซะตั้งแต่ตอนนี้เลย !!

เวลาทำวิจัยอย่ามองแต่ภาพฉาบฉวยแล้วตัดสินนะ มองให้ลึก การ์ตูนที่เป็นที่นิยมจะมีคาแร็กเตอร์ที่มีส่วนผสมทางการตลาดปนอยู่ด้วยเสมอ บางเรื่องก็ตลาดทุกตัวเลย บางเรื่องก็ใส่แฝงๆก็มี

เช่น"โมเอะ" เนี่ย ลองพยายามหาเหตุผลดูว่าทำไมโมเอะขายได้ดี อย่าตอบแบบกำปั้นทุบดินมาเชียวว่า "ก็มันดัง" พยายามหาคำตอบให้ได้ซะ (หมายเหตุ : โมเอะ เป็นคำทับศัพท์ญี่ปุ่นหมายถึงคาแร็คเตอร์สาวน้อยน่ารักสุดขั้วโดนใจ)

แล้วจะมีประโยชน์กับเรื่องในบทต่อไปมากๆ >_<

บทว่าด้วย "ออกแบบคาแร็กเตอร์ให้โดนใจตลาดการ์ตูนในประเทศไทย"

เกริ่นก่อนว่า

หลายๆคนอาจจะได้รู้ว่าการออกแบบตัวละครให้โดนจะแต่งตัวแบบไหนนิสัยอย่างไร

แต่นั่นเป็นเพียงการออกแบบ "มัสคอต" หรือ การออกแบบสำหรับงานประกวดเท่านั้น

"คาแร็กเตอร์ที่ดีสำหรับการ์ตูนเรื่อง ไม่ใช่แค่แต่งตัวดูดี นิสัยดูเด่น แต่ต้องออกแบบตามความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องด้วย"

แล้วจะขยายความในบทต่อไปนะ