กำลังเคลียร์งานอยู่จ้า ตอนนี้ก็ "คุยกันระหว่างขั้นบท" กันก่อนละกัน
จบ season ของการออกแบบพล็อตแล้ว เมื่อเราได้พล็อตที่โดนใจมาแล้ว ก็มาถึงขั้นออกแบบคาแร็กเตอร์ล่ะ
ตอนนี้กำลังจัดเตรียมการเข้าบท "ออกแบบคาแร็กเตอร์ให้โดนใจ" อยู่น่ะ
แน่นอน บล็อควิทยาทาน comics director อันนี้ จะเน้นให้พัฒนา skill ถึงขั้น "ทำให้โดน" แค่ขั้นพื้นฐานแบบพอทำให้สนุกเป็นรูปเป็นร่างมันไม่พอ เพราะเรากำลังบริหารธุรกิจ หายุทธิวิธีแหวกตลาด แหวกคู่แข่ง ที่ทรงอำนาจมานานอย่างตลาดการ์ตูนญี่ปุ่น
การเจาะตลาดการ์ตูนในไทย การใช้วิธีการปฏิเสธการ์ตูนญี่ปุ่น หรือ การ์ตูนไทยที่มีอยู่ เพื่อยกระดับการ์ตูนในอุดมคติของตนเองมันไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรหรอก
ส่วนคำพูดที่ว่า "เราต้องร่วมมือกัน" ก็ดูจะเป็นความหวังของหลายๆคน ในตลาดการ์ตูนใต้ดิน(โดจิน) ก็ดูจะมีแนวทางที่ร่วมมือกันดี แต่ตลาดบนดินนั้นดูเหมือนว่าอุดมการณ์จะต่างกันสุดขั้วระหว่างค่ายผู้ผลิต
เราควรจะทำการ์ตูนออกมาแบบไหนถึงจะเป็นการ์ตูนไทยที่ดี อันนี้ดูเหมือนหลายๆคนจะยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน เพราะขาดความมั่นใจ บางคนก็บอกว่า การ์ตูนที่เขียนได้แล้วเราชอบเราสนุก บางคนก็บอกว่าต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ของไทยต้องต่างจากญี่ปุ่น บางคนก็คิดว่าเน้นให้คนอ่านสนุกไว้ก่อน
พวกที่คิดเน้นให้คนอ่านสนุกไว้ก่อน ก็จะปะทะกับข้อจุกจิกทางความต้องการของค่ายสำนักพิมพ์ที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันไป พอโดนกดดันมากๆ ก็กลายเป็น ทำตามความพอใจของ บ.ก. และ "ขอแค่ให้ได้วาดการ์ตูน" ถ้าปล่อยไว้แบบนี้นานวันเข้าอาจจะกลายเป็นคนหมดไฟได้ กลายเป็นคนที่ทำงานการ์ตูนเพียงเพื่อทิฐิตัวเองในอดีต
ซึ่งคนเหล่านี้ถ้ารู้ตัวได้เร็วก่อนจะสายไป พวกเค้าอาจจะเลือกที่จะกระโดดออกจากวงการการ์ตูนบนดินสู่ความเป็นอิสระ
สิ่งที่เหล่า comics director ควรทำ คือ การดึงคนเขียนการ์ตูนกลับสู่ความเป็นตัวเองอีกครั้ง ให้พร้อมที่จะเป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝันอีกครั้ง
ส่วนผสมทางการตลาด
บางคนก็ไม่ชอบการใส่อะไรตลาดๆลงไป
วงการการ์ตูนก็คล้ายๆกับวงการเพลง
เพลงตลาด คนฟังง่าย ขายง่าย แต่โหลไปก็น่าเบื่อ จะโดนหาว่าไม่มีสมอง
เพลงโคตรแนว ฟังยาก ขายยาก มีทั้งคนมองว่าแนวอย่างห่วยและแนวอย่างเริ่ด ได้ความสุขใจ แต่กินแกลบ ไม่ประสบความสำเร็จ
เพลงแนวแต่โดน คนชอบ ขายง่าย แต่จะมีคนฟลุกซักกี่คน ถ้าไม่ได้มาซึ่งความฟลุกก็ต้องตีโจทย์ตลาดได้แตกโพละ ได้ทั้งงานศิลป์ที่ดี และ ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ
บล็อค comics director นี้จะเน้นไปแนวทาง"ตลาด" กับ "แนวแต่โดน"
เพราะวงการบ้านเราถ้าออกมาแต่แนว ทำเป็นธุรกิจที่บูมไม่ได้ ก็ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกมาทำอาชีพนี้ต่อไป
จะเป็นที่รู้ๆกันว่าบล็อคนี้เน้นธุรกิจ เปิดเป็นวิทยาทานเสริมเพิ่มเติม ใครใคร่อ่านก็อ่าน
การเรียนรู้คนเรามีไม่จบสิ้น
ว่าด้วยเรื่องอื่นๆต่อ
skill สำคัญของการเขียนการ์ตูนอยู่ตรงไหน ?
ภาพ ? เรื่อง ?
ถามเฉพาะคนที่คิดทำงานอยู่วงการ comic นี้นะ
คนเขียนการ์ตูนที่ตอบ "ภาพ" มักเป็นคนที่จิตใจอ่อนไหว งดงาม จับจดกับคำวิจารณ์ มักรู้สึกว่าตนเองด้อยทางด้านภาพอยู่เสมอไม่ว่าผลงานนั้นคนทั่วไปจะชอบแล้วก็ตาม เพราะอยากทำภาพให้ได้ดั่งอุดมคติของตน เค้าจึงอยากพัฒนา skill นี้ให้มากๆ ถ้าเน้นด้านนี้มากเกินไป ผลที่ได้ คือ จากความฝันที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็หาเงินได้จากภาพ illus มากกว่า จึงผันตัวเป็น illusในที่สุด
คนเขียนการ์ตูนที่ตอบ "เรื่อง" มักเป็นคนเพ้อฝัน ชอบดูหนัง ชอบอ่านหนังสือ ชอบทำการ์ตูนตามความต้องการของตน พยายามหาเอกลักษณ์ของเรื่องตนเอง คนเขียนที่เน้นเรื่องเพียงอย่างเดียวมากเกินไปบางคนก็ติดอยู่ในวังวนความคิดของตน ยิ่งคิดทบกันมากขึ้นๆจนทำให้กลายเป็นผลงานที่ทำธุรกิจไม่ได้ก็มี โดยปกติพวกเค้าจะมีสมองที่ creative แหวกแนว เมื่อพัฒนา skill ด้านเรื่องมากยิ่งขึ้นไปๆ สุดท้ายพวกเค้ามักจะเลือกเดินทางสายงานโฆษณา ภาพยนต์ หรือ งานที่ใช้ความคิดอื่นๆที่ได้ค่าตอบแทนสูงมากกว่า
เอ้า ช้อย หมดแล้ว.....
จริงๆแล้ว การเขียนการ์ตูนจะไปเน้นภาพหรือเรื่องอย่างเดียวไม่ได้ ทั้ง 2 สิ่ง มีความสำคัญพอๆกัน ดังนั้น skill ที่สำคัญที่สุดคือ
"skill การถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบการ์ตูน"
คือ การนำเรื่องราวมาจัดเรียงในหน้ากระดาษให้ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทั้งภาพ อักษร กรอบ เอ็ฟเฟ็ค
เหมือนกับการกำกับภาพยนต์
ทำไมเทคนิก comic ของญี่ปุ่นจึงเป็นที่นิยม
ผู้ใหญ่บางท่านมองว่าเยาวชนโดนล้างสมอง
ผู้เขียนเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการวิเคราะห์ธุรกิจการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มนึง เขียนไว้ได้น่าสนใจมาก
เค้าทำสถิติค่าเฉลี่ยระยะเวลาที่ใช้ในการไล่สายตาอ่านเพื่อรับรู้เรื่องราวใน 1 หน้ากระดาษของการ์ตูนในแต่ละชนชาติ
ประสิทธิภาพการลำดับภาพของการ์ตูนญี่ปุ่นทำให้ใช้เวลาในการไล่สายตาอ่านเพื่อรับรู้เรื่องราวใน 1 หน้า เร็วที่สุดในโลก
การ์ตูนชาติอื่นจะใช้เวลาในการอ่านและไล่สายตานานกว่า อย่างการ์ตูนอเมริกา หรือ จีน ต้องอ่านตัวหนังสือในกรอบด้วยถึงจะรู้เรื่อง
แต่การ์ตูนญี่ปุ่นไม่ใช่
แค่กวาดสายตาทั้งหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วก็รู้เรื่องแล้ว
แม้จะทำให้อ่านเร็ว แต่มันทำให้เรื่องราวที่เข้ามาในหัวต่อเนื่องราวกับภาพยนต์ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมอย่างต่อเนื่อง รับรู้ทั้งภาพและเรื่องไปพร้อมๆกันในช่วงที่กวาดสายตาไปทั่วหน้ากระดาษ
"คำพูดในแต่ละกรอบคำพูดต้องรวบรัดได้ใจความ กระชับ เข้าใจได้ทันที"
"กรอบคำพูดต้องจัดวางในตำแหน่งที่สายตาผู้อ่านไล่ไปตามหน้ากระดาษอย่างเหมาะเหม็ง"
"การลำดับภาพและมุมกล้องต้องสอดคล้องและต่อเนื่องกัน"
"ฯลฯ"
และอื่นๆอีกมากมาย
นี่คือสิ่งที่เป็น skill เอกลักษณ์เฉพาะของการ์ตูนญี่ปุ่น
บล็อคแห่งนี้นำเสนอเทคนิกการกำกับการ์ตูนในไสตล์การ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเทคนิกในการถ่ายทอดเรื่องราวการ์ตูนชั้นนำของโลก
"สิ่งออกแบบมาแล้วเป็นที่นิยมจะมีเหตุผลในการออกแบบเสมอ" ขอให้จำข้อนี้ไว้ให้ดี ว่า มันไม่ใช่เพราะความรู้สึกอย่างเดียว แต่มันเป็นสิ่งที่คนริเริ่มทำการวางแผนมาแล้วด้วย
อย่าเลียนแบบอะไรโดยไม่รู้เหตุผล เด๋วจะกลายเป็น ตลาด แบบไม่มีสมอง โดนดูถูกอีก แต่คนที่ไม่สนคำดูถูกก็มีถมไป ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่สิ่งบันเทิงเนี่ยถ้ามีแต่คนตามกระแส แต่ไม่มีคนสร้างกระแสเลยนี่ก็ไม่ไหวนา
ถ้าไม่รู้ก็ต้องทำวิจัยซะตั้งแต่ตอนนี้เลย !!
เวลาทำวิจัยอย่ามองแต่ภาพฉาบฉวยแล้วตัดสินนะ มองให้ลึก การ์ตูนที่เป็นที่นิยมจะมีคาแร็กเตอร์ที่มีส่วนผสมทางการตลาดปนอยู่ด้วยเสมอ บางเรื่องก็ตลาดทุกตัวเลย บางเรื่องก็ใส่แฝงๆก็มี
เช่น"โมเอะ" เนี่ย ลองพยายามหาเหตุผลดูว่าทำไมโมเอะขายได้ดี อย่าตอบแบบกำปั้นทุบดินมาเชียวว่า "ก็มันดัง" พยายามหาคำตอบให้ได้ซะ (หมายเหตุ : โมเอะ เป็นคำทับศัพท์ญี่ปุ่นหมายถึงคาแร็คเตอร์สาวน้อยน่ารักสุดขั้วโดนใจ)
แล้วจะมีประโยชน์กับเรื่องในบทต่อไปมากๆ >_<
บทว่าด้วย "ออกแบบคาแร็กเตอร์ให้โดนใจตลาดการ์ตูนในประเทศไทย"
เกริ่นก่อนว่า
หลายๆคนอาจจะได้รู้ว่าการออกแบบตัวละครให้โดนจะแต่งตัวแบบไหนนิสัยอย่างไร
แต่นั่นเป็นเพียงการออกแบบ "มัสคอต" หรือ การออกแบบสำหรับงานประกวดเท่านั้น
"คาแร็กเตอร์ที่ดีสำหรับการ์ตูนเรื่อง ไม่ใช่แค่แต่งตัวดูดี นิสัยดูเด่น แต่ต้องออกแบบตามความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องด้วย"
แล้วจะขยายความในบทต่อไปนะ