Director

นานมาก ไม่ได้อัพ โฮ่ๆๆ ขอไถ่บาปด้วย ของคั่นเวลา

ข้อคิด 99 ข้อในการผลิตงานการ์ตูนเรื่อง (ฉบับมินิ)

1. คิดซะว่า cartoon is everything เจอเรื่องทางตันอะไรก็ไหลลื่นไป แต่ต้องเนียนนะเอ้อ

2. เร็ว ดีกว่าเนี้ยบ เสมอ เพราะคนที่วาดเร็วจะพัฒนาการเขียนเรื่องได้มากกว่า

3. ไม่มีทางที่งานลงเส้นครั้งแรกจะดูดีได้ทันที [ล้าน เปอร์เซ็นต์]

4. จงยืดหยุ่นได้เสมอ อย่ายึดติดเกินไป จะเป็นภัยต่อความก้าวหน้าของตนเอง

5. คนเขียนห้ามเถียงหรือทะเลาะกับคนอ่าน/คนวิจารณ์ เด็ดขาด มันเป็นภัยต่อความก้าหน้าของตนเองเหมือนกัน

6. ยุคนี้ ประเทศนี้ การ์ตูนไม่ทันสมัย ไปไม่รอด ศึกษางานที่นิยมในยุคนั้นแล้วปรับตัวเสมอการ์ตูนเราจะสนุกขึ้น

7. จงเปิดกว้าง อ่านทุกแนวได้ยิ่งดี ที่สำคัญ อย่ายึดนักเขียนคนใดมาเป็นแบบอย่างเพียงคนเดียวมากเกินไปจะเป็นภัยต่อตนเอง

8. Nothing is Perfect ปัญหาน่ะมันต้องมีอยู่แล้ว แต่ปัญหาทุกปัญหามีทางออก ถ้าไม่เลิกทำซะก่อน

9. ปัญหาจากข้างนอก ไม่ร้ายเท่าปัญหาข้างใน แต่สิ่งที่ทำได้ คือ ช่างหัวมันไว้ เป็นอันดี ถ้ามันยังทำงานอยู่ก็เลี้ยงไว้เอางานละกัน

10. ถ้าเขียนไม่ทัน เผาซะเลย ดีกว่าบอกว่า "ไว้คราวหน้านะ" การ์ตูนไม่ใช่งานวิจิตรศิลป์ แต่เป็นพาณิชย์ศิลป์

11. อย่าหวังเรื่องเงินจากคอมมิคที่เราทำ แต่อาจหวังได้จาก merchandise ดังนั้น ออกแบบคาแร็กเตอร์ให้ดี

12. ไม่จำเป็นต้องยึดการเข้าโรงพิมพ์ ไม่จำเป็นต้องยึดการซีร็อกซ์ จงยืดหยุ่น

13. การ์ตูนตลก ขายได้ตลอดชาติ ใครเขียนไม่เป็น ก็หัดได้แล้ว

14. วาดรูปได้ ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าต้องสามารถทำ comic ได้

15. การ์ตูนโปรโมทธุรกิจเป็นการ์ตูนที่ต้องอาศัยความชำนาญมาก ไม่เชี่ยวชาญอย่าได้ "เผลอ" ออกขำๆเด็ดขาด

16. จากข้อข้างบน เพราะนอกจากจะไม่ช่วยส่งเสริมแล้วมันจะยังไปทำลายอิมเมจของโปรดักส์นั้นๆด้วย

17. บ้านยุ่นคอมมิกจะทำให้เกิด merchandise แต่บ้านเรา คอมมิคเป็น merchandise ของอะไรสักอย่าง

18. ทุกวันนี้คอมมิคเป็นฝ่ายง้อสินค้าอื่นๆ ดังนั้นอย่าหวังให้ธุรกิจอื่นมาง้อ จงรู้สถานะของตนและอยู่กับสิ่งที่เป็นให้ได้

19. ถ้าอายุไม่เกิน 17 ปี การถกเรื่องวงการวาดการ์ตูนตามเว็บบอร์ดจะช่วยพัฒนางานได้

20. แต่ถ้าอายุเกินแล้วมันจะช่วยให้พัฒนาแบบถอยลงเหว

21. อย่าเขียนการ์ตูนด้วยความรันทด งานที่ออกมาจะมีอารมณ์รันทดตามไปด้วย ไม่สนุก

22. ถ้าการ์ตูนไม่มีเอกลักษณ์ ให้หัดวาดเร็วๆลวกๆหลายๆหน้า จะช่วยให้เจอเอกลักษณ์ง่ายขึ้น

23. วาดไปเยอะๆ ภาพจะค่อยๆสวยขึ้นเอง วาดให้เยอะๆไว้ก่อน ถ้าละเมียดละไมมากไป จะกลายเป็นสาย illus ไปซะก่อน

24. แต่สักแต่วาดบางทีก็ไปไม่รอดเหมือนกัน ให้สังเกตเทคนิกของผลงานดังๆไว้บ้างก็ดี

25. บรรณาธิการในประเทศนี้ ตอนนี้ พูดไม่เหมือนกันซักคน ดังนั้นเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเชื่อเถอะ

26. แต่ไม่ฟังใครเลยก็ไม่ไหวเหมือนกัน (เอาไงแน่เนี่ย 555)

27. จะถึง 99 ข้อมั้ยเนี่ย ชักสงสัยแล้วสิ

28. เริ่มมั่วนิ่มไป 1 ข้อ จะบอกว่าในประเทศนี้ ตอนนี้ การ์ตูนแฟนตาซีขายยากที่สุด

29. ควรเขียนแนว ตลก เป็นพื้นแล้วเสริมด้วย แอ็คชั่น / ดราม่า / โรแมนติก / แนวให้ความรู้ จะขายง่ายกว่า

30. อย่าตั้งชื่ออะไรๆด้วยคำที่คนอ่านการ์ตูนไม่ชอบ อย่ารู้ว่าอะไรมั่ง ไปถามคนอ่าน ไป

31. อย่าตั้งชื่ออะไรๆในเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นจนดูชัดเกินไป

32. ถ้าจะให้ดี ชื่อไหนที่เค้าไม่เอามาตั้งชื่อลูกตัวเองในประเทศนี้อย่าเอามาตั้งดีกว่า(ยกเว้นการ์ตูนแฟนตาซี)

33. การ์ตูนแฟนตาซีนิยมน้อยที่สุด เพราะกว่าจะอินกับในเรื่องจะปูเรื่องนานกว่าแนวอื่น

34. การ์ตูนบางเรื่องกว่าจะดังก็ปาไปเล่มที่ 7 ก็มี

35. ถ้าของบ้านเราออกมาแค่ 3 เล่มจบ ก็อย่าหวังชื่อเสียงมาก และมันไม่จำเป็นว่ามันจะสนุกเสมอไปด้วย

36. อย่าเช็คเรตติ้งในเน็ตอย่างเดียว ดูยอดขายดีกว่า

37. ชักเมื่อยนิ้ว การ์ตูนเป็นของติดดิน ตั้งความหวังและคิดกับมันให้เรียบง่ายเข้าไว้

38. ไม่มีทางเขียนการ์ตูนให้ทุกคนชอบทั้งหมดได้ จำไว้เลย

39. คนเขียนการ์ตูนไม่ควรแสดงคำพูดที่แสดงตัวตนของเราออกสู่เว็บบอร์ดมากไป

40. เวลาเจอคนในวงการเพี้ยนๆอย่าไปทะเลาะด้วย เสียเวลา

41. จะให้ดีอย่าไปทะเลาะกับใครเลย ไม่ดีทั้งนั้นแหละ

42. นักเขียนการ์ตูนก็เหมือนดารา ดูแลภาพพจน์ตัวเองจะดีต่องานเรามากกว่า

43. ยกตัวอย่าง เช่น อย่าไปเผลอทำเรื่องฉ่าวโฉ่ ติดหนี้ ชู้สาว ชกต่อย กะคนในวงการล่ะ เหอๆ

44. มือใหม่ ควรตัดเส้นภาพให้บางไป จะแก้ง่ายกว่าหนาไป

45. แต่เท่าที่สังเกตนะ สุดท้ายตอนวาดแรกๆทุกคนจะลงเส้นหนาหมดเลย 555

46. ไม่เป็นไร คอมช่วยท่านได้ เดี๋ยวนี้เค้าปั๊ดตะนาแย้ว(พัฒนาแล้ว)

47. อ้อ บางที คอมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ในกรณีที่สาหัสเกินไปก็ตัดใจวาดใหม่เถอะ

48. จากข้อข้างบน ไม่ต้องไปเสียใจ เพราะเกิดขึ้นบ่อยๆกับทุกคนตอนวาดเสมอๆ

49. บางทีเป็นเพราะโดน บ.ก. เขี่ยซีนนั้นทิ้งก็มี ก็วาดใหม่ไป อย่าไปดื้อด้านเลย นักเขียนการ์ตูนวาดใหม่ได้เสมอน่า

50. อย่าติดสกรีนมากเกินไป ตาลาย เลี่ยน แยกระยะ ยาก

51. แต่สุดท้ายตอนวาดแรกๆจะเจอสกรีนพร้อยไปหมดอยู่ดี ก็ต้องมาแก้กันอีกที

52. บางคนไม่ใส่สกรีนแล้วสวย บางคนไม่ใส่สกรีนแล้วห่วย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของลายเส้น

53. ปัญหาที่มือใหม่พบเจอแรกๆ คือ ไม่รู้ว่าควรถมดำตรงไหนบ้าง

54. ผลที่ได้ คือ บางทีก็ขาวไป บางทีก็ดำไป

55. และบางทีก็ใส่เอ็ฟเฟ็คมั่วไปหมด

56. ถ้าสานเส้นห่วยจงอย่าสาน

57. ไม่มั่นใจ ก็อย่าสานลงต้นฉบับเลย เละง่าย แยกระยะยาก สกปรก

58. กรอบคำพูดแรกของช่องนั้นจะต้องอยู่ซ้ายบนสุดของช่องนั้นเสมอ

59. ยกเว้นกรณีพิเศษที่จะอยู่ตำแหน่งอื่น แต่มันไม่ค่อยมีหรอก เชื่อเหอะ

60. ทำไมน่ะเหรอ เพราะประเทศเราอ่านจากซ้ายไปขวา บนลงล่างน่ะสิ

61. อย่าอัดคำพูดลงกรอบมากเกินไป ถ้ามันยาว ให้เว้นคำพูดตามจังหวะหายใจ/ตามความสำคัญของวลี แยกเป็น 2 กรอบ

62. เสียงตัวละครดังให้เขียนตัวอักษรใหญ่กรอบคำพูดใหญ่และมีประโยคไม่เกิน 5 คำ จะดีมาก เสียงเบากรอบเล็กตัวอักษรเล็ก

63. คำที่เน้นมากๆ เช่น บอกรัก แม้ตัวละครจะพูดเสียงเบา ก็ให้ใช้ตัวอักษรใหญ่กรอบคำพูดใหญ่

64. อย่าไปยึดมากว่ากรอบคำพูดต้องขวางด้วยเหตุผลว่ามันเหมาะกับภาษาบ้านเรา

65. กรอบคำพูดเหมาะจะเป็นแนวตั้งเพราะมันเหมาะกับการไล่สายตาแบบมังกะต่างหาก

66. อย่าใส่ฉากหลังมากเกินไป มันเลี่ยน และ รก

67. เรื่องสั้นเขียนยากกว่าเรื่องยาว

68. ผู้ฝึกเขียนการ์ตูนควรเริ่มจาก 4 ช่อง >> เรื่องยาวแบบจบในตอน >> เรื่องสั้นตอนเดียวจบ

69. ระวังเรื่องคิ้วตัวละคร คนส่วนใหญ่เผลอวาดคิ้วแบบมุ่งมั่นไปใส่ทุกตัวละคร ผลคือคาแร็กเตอร์จะดูคล้ายๆกันหมด

70. ถ้ายังวาดการ์ตูนด้วยมือไม่คล่อง อย่าไปใช้คอมช่วยวาดมากเกินไป ภาพมันขาดจิตวิญญาณ

71. ถ้ายังเขียนให้เพื่อนร่วมห้องสนุกกับการ์ตูนเราไม่ได้ อย่าไปหวังว่าการ์ตูนจะขายได้

72. เวลาโพสงานลงเว็บบอร์ดหรือยื่นให้บ.ก.พิจารณา อย่าชักแม่น้ำทั้ง 5 โดยจั่วหัวว่า "งานห่วยๆน่ะ"

73. เพราะมันเป็นปกป้องตัวเองและดูถูกผู้อ่านทางอ้อมว่า "แกโง่ป่ะ งานห่วย ยังเข้ามาดู" / "อย่ามาวิจารณ์นะ ก็บอกแล้วว่าห่วย"

74. หรือ "อยากได้คำชมมากเลย จริงๆแล้วมันไม่ห่วยใช่มั้ยล่ะ ชั้นเก่งแต่ชั้นถ่อมตัว ชั้นเจ๋งป่าว"

75. แต่ส่วนมากคนที่เข้ามาในวงการแล้วจะไม่มีใครทำกันหรอก

76. จะถึง 99 ข้อมั้ยเนี่ย ชักเมื่อย คิดไรได้ในหัว เขียนเป็นการ์ตูนทันที

77. อยากเก่งเร็วให้เขียนการ์ตูนติดต่อกันทุกวัน วันละ 2 - 4 หน้า ประมาณ 5 ปี ก็อาจจะเป็นมืออาชีพได้ ขึ้นอยุ่กับกึ๋นด้วย

78. การ์ตูนจะเริ่มมีการเล่าเรื่อง ลำดับเรื่อง จัดวาง ที่ลงตัวขึ้นเมื่อมีจำนวนมากกว่า 300 หน้า จะให้ดีจริงๆก็ 1 พัน หน้า

79. หมายเหตุ ต้องเขียนต่อเนื่องทุกวันหรือทุกสัปดาห์ด้วย

80. การตั้งชื่อเรื่อง สำคัญมากๆ ต้องเหมาะกับแก่นเรื่อง เสียงอักษรเหมาะกับโทนเรื่อง และห้ามดูเชยเด็ดขาด

81. ปัจจุบันต้องศึกษาเรื่องโมเอะไว้ ทั้งผู้เขียนหญิงและผู้เขียนชาย จะเอาไปใช้มั้ยค่อยคิดทีหลัง แต่ต้องศึกษาเอาไว้

82. การ์ตูนเพื่อธุรกิจ ต้องทำงานเป็นทีม ได้แก่ บรรณาธิการ ผู้ดูแล ผู้เขียน และผู้ช่วย

83. ประเทศเราตอนนี้ บรรณาธิการที่ดี จะต้องเขียนการ์ตูนเป็น จะให้ดีต้องเขียนดีกว่านักเขียนด้วย และต้องเขียนให้ขายได้จริงๆด้วย

84. แล้วมันจะไปเหลือซักกี่คนกันฟระ แต่เอาเถอะ ข้อต่อไป ปัจจุบัน งานโดจิน งานการ์ตูน คือ สถานที่เริ่มต้นที่ดีกว่าสำนักพิมพ์

85. อย่ายึดติดว่าต้อง G - pen เท่านั้น หาของที่ถนัดจะดีกว่า แต่ถ้างานสำนักพิมพ์ ก็อย่าเป็นดินสอเลย

86. เวลาออกแบบตัวละครให้คิดรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครให้มากที่สุด

87. ได้แก่ ชื่อ อายุ เพศ สถานภาพ ภูมิลำเนา ครอบครัว วัฒนธรรม จุดมุ่งหมาย ความฝัน จุดอ่อน ฯลฯ

88. การสังเกตคนในโลกความเป็นจริงได้มาก จะส่งผลให้ออกแบบตัวละครน่าสนุกและลึกซึ้งขึ้น

89. พอเราเริ่มมีชื่อเสียง จะพัฒนาตัวเองได้ช้าลง เพราะคนตำหนิเราน้อยลง

90. ซึ่งไม่ได้แปลว่าการ์ตูนเราสุดยอดซะหน่อย

91. ถ้าถึงตรงนั้นก็พยายามตำหนิงานตัวเองแทนละกัน โดยการเทียบกับงานฮิตๆในปัจจุบันแล้วพิจารณาหนทางปรับปรุงงานเรา

92. ถ้าเผลอหยุด คนรุ่นหลังจะแซง งานจะเก่า เชย หมดความนิยม ขายลำบาก ผู้คนลืมเลือน หมดไฟ

93. ถ้าการ์ตูนได้เป็น merchandise อื่นๆบ้าง มันจะดังขึ้น

94. แต่ไม่ได้แปลว่าการ์ตูนจะสนุกขึ้น

95. คนเขียนบทภาพยนตร์ / เขียนนิยาย เก่ง ไม่ได้แปลว่าจะทำคอมมิกเก่งตามไปด้วย ไม่เกี่ยวกันเท่าไรหรอก

96. ถ้าเริ่มศึกษาการวาดฉาก จะรู้สึกว่ามันสนุกเหมือนกันนะ ต้องลองถึงจะรู้

97. การ์ตูนที่สนุก ตัวละครไม่จำเป็นต้องมีสัดส่วนดี ไม่จำเป็นต้องสมจริง แต่เป็นทางผ่านที่จะทำให้คนอ่านชอบลายเส้นหรือไม่เท่านั้นแหละ

98. ฉากหลังที่สวยงามจะช่วยให้การ์ตูนถูกอัพเกรดระดับขึ้นหลายช่วงตัว

99. พื้นฐานการ์ตูนที่สนุก คือ การ์ตูนที่เรื่องดี ลำดับภาพดี เล่าเรื่องดี คาแร็กเตอร์ดี

 

edit @ 7 Nov 2007 01:54:59 by Lugy

edit @ 7 Nov 2007 18:39:50 by Lugy