ช่วงนี้ไม่ได้เขียนบทความแบบยาวๆ ยากๆ เป็นทางการ
เลยเนอะ
วันหนึ่ง Lugy แวะไปเจอปัญหาที่พบบ่อยในการคิดเรื่อง
สำหรับการ์ตูน เห็นว่ามีประโยชน์ดีเลยยกมาเป็น
บทความสั้นๆ เข้าใจง่ายๆ คั่นเวลาพวกบทความยาวๆ
แบบที่เคยเขียนมาบ้าง
บทความที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นระดับ Advance
แต่บทความนี้จะเป็นเทคนิกง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ
พร้อมตัวอย่าง นำไปใช้จริงได้เลย
ถามมา......
"หลายครั้งเราต้องการจะคิดเรื่องขึ้นมาเรื่องหนึ่งแต่
พอขียนไปได้สักพักเราก็เหมือนวกกลับมาที่เดิมเราควร
จะทำอย่างไรดีใหรู้สึกว่า มันไม่น่าเบื่อ และไม่วกไปวนมา
ช่วยแนะนำด้วยค่ะ "
ตอบไป.....
เอาแบบพื้นฐาน และแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว
เราต้องหัดวางโครงเรื่องก่อน ไม่ใช่เขียนเรื่องไปเรื่อยๆ
ให้กำหนดก่อนว่าเราจะให้การ์ตูนจบในกี่หน้า ต้องกำหนด
ให้ได้ 4 หน้า / 8 หน้า / 15 หน้า / 30 หน้า / 50 หน้า
จะกี่หน้าก็จัดไป แล้วแบ่งจำนวนหน้าของเราออก
เป็น 4 ช่วง คร่าวๆ ดังนี้
ช่วงที่ 1 คือ ช่วงเกริ่นตัวละคร ให้คนอ่านรู้ว่าใคร
ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทำไปทำไม ค้นหาอะไรอยู่
ตัวอย่าง : กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กเลี้ยงแกะที่ชอบพูดโกหก
ชาวบ้านว่าหมาป่ามากินแกะ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน
แต่เด็กเลี้ยงแกะไม่สำนึก กลับรู้สึกสนุกที่ได้ทำ
ช่วงที่ 2 คือ ช่วงปมปัญหา เป็นช่วงที่ยกประเด็นปัญหา
ที่คนเขียนต้องการจะสื่อมาพูด ถ้ายังเริ่มต้นก็เอา
สัก 1 ปัญหาก่อน แต่ถ้าชำนาญก็ใส่หลายๆปัญหา
จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นได้มาก
ตัวอย่าง : วันหนึ่ง หมาป่ามากินแกะจริงๆ เด็กน้อย
พยายามเรียกร้องให้ชาวบ้านช่วย แต่ชาวบ้านไม่ช่วย
ช่วงที่ 3 คือ ช่วง Climax เป็นช่วงที่แสดงวิธีการแก้
ปัญหาของตัวละคร และแสดงผลหลังจากแก้ปัญหาไป
แล้วว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร โดยมากช่วงนี้จะต้องมี
ฉากโชว์ ที่รุนแรง สวยงาม หรือ ประทับใจที่สุด
ตัวย่าง : แกะถูกหมาป่ากินเรียบ นึกเสียใจว่าจะ
ไม่ทำอีก (ฉาก Climax โชว์ความโหดร้ายของหมาป่า
ความเจ็บปวดของแกะ และความเสียใจของเด็กน้อย
ตามด้วยชาวบ้านรุมกระทืบก็ได้)
ช่วงที่ 4 คือ ช่วงตอนจบ เป็นช่วงที่แสดงถึงผลการ
เคลียร์ปัญหาต่างๆในเรื่องให้หมด เป็นตอนปลอบใจ
คนอ่าน ทำให้คนอ่านรู้สึกผ่อนคลายลงหลังจากเจอ
เหตุการณ์ Climax ที่หนักๆ
ตัวอย่าง : เด็กน้อยกลับใจ ไม่พูดโกหกอีกเลย (เคลียร์
ปมปัญหาทั้งหมด และปลอบใจคนอ่านว่าเด็กน้อย
กลับใจแล้ว จะไม่พูดโกหกจนหมาป่ากินแกะหมดอีก)
โดยพื้นฐานเรื่องราวจะวนอยู่ใน 4 ช่วงนี้ ถ้าเขียนเป็น
เรื่องยาวๆ ก็คือ พอจบ 4 ช่วงนี้ ก็ขึ้น 4 ช่วงใหม่
ไปเรื่อยๆ คนอ่านจะติดตามวิธีแก้ปัญหาของตัวละคร
และไม่ทำให้เนื้อเรื่องเราอีรุงตุงนัง
ในกรณีที่เรื่องยาวๆมากๆ เช่น การ์ตูนที่มีจำนวนหน้า
50 - 100 หน้า จำนวนของ 4 ช่วงนี้จะต้องถูกซอยย่อย
อยู่ใน 4 ช่วงใหญ่อีกทีนึง ภาษาภาพยนตร์เรียกว่าการใส่
Subplot ซับพล็อตใช้เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเรื่อง
แต่มันค่อนข้างจะยาก ก็เลยยังไม่แนะนำให้
ข้ามขั้นมาใช้ซับพล็อตถ้ายังเขียนระดับเรื่องสั้นให้
สนุกไม่ได้
อนึ่ง การวางโครงเรื่องอาจทำลายกฏ 4 ข้อ นี้ได้
ถ้าเขียนชำนาญแล้วจะพลิกแพลงได้ ไม่แนะนำให้
พลิกแพลงถ้ายังไม่ชำนาญ
และที่สำคัญจะให้เรื่องของการ์ตูนสนุก น่าสนใจ
สำหรับคนอ่านการ์ตูน คาแร็กเตอร์ตัวเอกควรจะ
เป็นลักษณะที่คนการ์ตูนชอบอ่าน ให้หาข้อมูล
คาแร็กเตอร์ที่เป็นที่นิยมในหมู่คนอ่านการ์ตูน
(นี่คือส่วนที่การ์ตูนต่างจากภาพยนตร์)
วันนี้เวลามีไม่มาก อัพแค่นี้ก่อนแล้วอาจจะมา
EDIT รายละเอียดเพิ่มเติมนะ
edit @ 30 Mar 2008 00:16:56 by Lugy