2007/Nov/06

     มนุษย์มีความเชื่อว่าในชีวิตของตนจะต้องพบเรื่องราวต่างๆ

ที่จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และหวังว่าเราจะเป็น

เหมือน ตัวละครนำในเรื่องที่จะต้องพบเจอกับปัญหาเหล่านั้น 

ดังนั้นผู้เสพ เรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นนิยาย ภาพยนตร์ หรือ

แม้แต่การ์ตูนเอง ก็ต้องการติดตามตัวละครที่ มีบางส่วนดู

คล้ายกับชีวิตของเรา เพื่อติดตามดูการแก้ปัญหาของ

ตัวละครนั้น  ผู้อ่านที่เป็นเด็กผู้ชาย เมื่อพบเจอกับ ตัวละคร

ที่เป็นเด็กผู้ชายตัวนำเรื่อง  ผู้อ่านที่เป็น เด็กผู้ชายจะเริ่ม

มองหาว่ามีสิ่งใดในตัวละครนั้นๆที่เหมือนกับตนเอง

แล้วจึงเลือกที่จะติดตาม เช่น เป็นเด็กอายุรุ่นราวคราว

เดียวกัน  ความสนใจล่ะ? มีความสนใจในพลังวิเศษ !

ผู้อ่านที่เป็นเด็กชอบ เรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ตัวละครในเรื่อง

หลังจากได้พลังมาก็ไปโรงเรียน ตามปกติเหมือนคนอ่าน

 และก็เริ่มใช้พลังวิเศษในโรงเรียนอย่าง สนุกสนาน

สำหรับเด็กแล้วเป็นอะไรที่ โอ้! ใช่เลย ถ้าฉันได้พลัง

แบบนี้มา คงจะสนุกไม่น้อย หลังจากนั้นเด็กผู้ชายที่อ่าน

ก็จะเริ่ม ติดตามการกระทำและเรื่องราวของตัวละครนั้น

จนกระทั่งนำ แบบอย่างพฤติกรรมของตัวละครนั้นมาเป็น

ข้อคิดและแรงบันดาลใจ ในการดำรงชีวิตต่างๆของผู้อ่าน

แต่การที่จะทำให้ผู้อ่าน เกิดความรู้สึก "อิน" และติดตาม

ตัวละครนั้นได้ ตัวละครนั้นๆ จะต้อง "ดูราวกับมีชีวิตอยู่จริงๆ"

มากพอ  ดังนั้นผู้เขียน ที่ขาดความรู้ความเข้าใจใน

เพื่อนมนุษย์   จะไม่สามารถ สร้างตัวละครที่ราวกับมีชีวิต

อยู่จริงได้เลย

 

ส่วนมากคนเราจะติดตามการกระทำของตัวละครหลัก

ในเรื่อง เพราะเห็นได้บ่อยที่สุด ดังนั้นถ้าตัวละครนำเรื่อง

อย่าง "พระเอก" หรือ "นางเอก" โดนคนส่วนใหญ่เกลียด

นี่คงไม่ดีแน่ เห็นแวว การ์ตูนเจ๊งอยู่รำไร ตัวละครนำ

ที่ออกแบบมาควรจะอยู่ในระดับที่  "คนส่วนใหญ่ชอบ"  

"คนส่วนน้อยไม่เกลียดมาก"  ตัวละครที่ประกอบ อยู่ในเรื่อง

ก็ควรจะ "หลากหลาย" เข้าไว้  เหมือนยิงปืน ไปร้อยนัด

ก็ต้องโดนสักดอกบ้างล่ะ แล้วยิ่งถ้าตัวละคร ในเรื่องนั้น

มีลักษณะคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างและขัดแย้งกัน 

ก็จะยิ่งขับจุดเด่น ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคาแร็กเตอร์ แต่ละตัว

ให้ดูโดดเด่นขึ้นอีก   เช่น

ตัวละครหญิงนิสัยหวานๆ จะดูชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อในเรื่องมี

ตัวละครหญิง นิสัยเปรี้ยวจี๊ดคอยทำอะไรที่ดูขัดแย้งกับ

สาวหวานอยู่ในเรื่อง  ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การ์ตูนที่สนุกต้อง

เป็น การ์ตูนที่มีคาแร็กเตอร์ หลากหลาย และชัดเจน

 

 

 

จิตวิทยาพัฒนาการของผู้อ่านและคาแร็กเตอร์


การจะทำตัวละครในการ์ตูนให้สมจริงนั้น เริ่มแรกเดิมที

ผู้วาดการ์ตูน ที่วาดมาตั้งแต่เด็กๆอาจจะนำตัวคนเขียนเอง

ใส่เข้าไปในเรื่องราว โดยนำเพื่อนรอบข้างของเขามาเขียน

เป็นตัวละครด้วย ซึ่งถ้าเรา พยายามเขียนให้ตัวละครมีนิสัย

เหมือนเพื่อนคนนั้น จริงๆโดยการพยายามเขียน

ถึงนิสัยเด่นๆ อย่างเช่น เป็นคนห้าวหาญไม่กลัวใคร

เป็นคนร่าเริง ใจดีกับทุกคน เป็นคนเย็นชา เงียบๆไม่คุย

กับใคร  การพยายาม สังเกตพฤติกรรมของเพื่อนๆแล้วนำ

มาเขียนเนี่ยแหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำตัวละคร

ให้มีชีวิตจริงๆแล้วล่ะ


วิธีการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ นำมาตั้งคำถาม (ถ้าเขา

เจอเหตุการณ์นี้ จะทำยังไง) และหาคำตอบ(ทำไมเค้าถึง

ทำเช่นนั้น) โดยการพยายาม ศึกษาข้อมูลรอบด้านทั้ง

พื้นฐานจิตใจในวัยเด็ก ครอบครัว และ สิ่งแวดล้อม

การพยายามศึกษา จิตใจและพฤติกรรมมนุษย์เหล่านี้

จัดว่าเป็น "จิตวิทยา" ซึ่งการจะทำตัวละครให้ดูราวกับ

มีชีวิตอยู่จริงนั้น  ถ้าขาดจิตวิทยา แล้วละก็  ผู้เขียน

อาจจะเขียนแต่ตัวละครซ้ำๆกับ การ์ตูนเรื่องอื่น

แล้วสั่งให้ตัวละครในเรื่องกระทำสิ่งต่างๆเหมือนหุ่น

กระบอกที่ดูเหมือนไม่มีชีวิตอยู่จริง ซึ่งส่งผลให้ผู้อ่าน

รู้สึก "ทำไมมีแต่พระเอกซ้ำๆซากๆ เดาง่าย แบบนี้เนี่ย !

น่าเบื่อที่สุด"


การศึกษา"จิตวิทยา"จะทำให้ผู้เขียนเข้าใจในเพื่อนมนุษย์

และ เข้าใจในตัวละครของตนเอง ตั้งแต่พื้นฐานจิตใจของ

ตัวละคร ครอบครัว สังคม สิ่งแวดล้อม ผู้เขียนจะสามารถ

"ทำนาย"และ "ควบคุม" พฤติกรรมและวิถีชีวิตของตัวละคร

ได้ราวกับมีชีวิตอยู่จริง  การศึกษา"จิตวิทยา"หรือการศึกษา

พฤติกรรมมนุษย์ เหล่านี้ไม่จำเป็นว่าผู้เขียนการ์ตูนจะต้อง

ไปลงเรียนคอร์ส ทางด้านจิตวิทยามาแต่อย่างใด  คนเรา

สามารถมีความสามารถทางจิตวิทยาทุกคน แต่ละคน

อาจจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้มากน้อยต่างกัน 

แต่ทุกคนก็สามารถทำได้ทั้งนั้น โดยปัจจัยที่จะทำให้เรา

มีความสามารถที่จะสร้างชีวิต  และจิตใจให้กับตัวละคร

ให้มีความหลากหลายและสมจริงได้นั้นประกอบไปด้วย


1.ประสบการณ์ชีวิต

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมนักประพันธ์ที่มีอายุถึงทำตัวละคร

ได้ดูลึกซึ้ง งดงาม และมีมิติมากกว่านักประพันธ์รุ่นเยาว์

บางคนอาจมองว่าเป็นเพราะประสบการณ์ในการเขียน

ก็มีส่วน แต่ไม่ทั้งหมด ผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตมากๆ

จะได้ผ่านเรื่องราวที่มีอยู่จริงมาเยอะกว่าคนที่ไม่เคย และ

จะสามารถจับเรื่องราวมาเรียงร้อยเป็นงานประพันธ์ที่

"ผู้เขียนที่ไม่เคยมีประสบการณ์"ไม่สามารถทำได้ เช่น

คนเขียนอายุน้อยๆจะไม่สามารถเสนอแง่มุมทางการเมือง

และสังคมที่ลึกซึ้ง เข้มข้น ได้เท่ากับคนเขียนอายุ 60

ที่ผ่านเรื่องราวและสมรภูมิมาโชกโชน ดังนั้นใครจะเขียน

การ์ตูนให้สนุกก็ไปหาประสบการณ์ชีวิต ให้มากๆซะ !


2. การสังเกตพฤติกรรมมนุษย์

ถ้าโดยพื้นฐานเราเป็นคนที่มีความสนใจในจิตใจของตนเอง

และคนรอบข้างแล้วละก็  ถือว่ามี "เซ้นส์" ทางจิตวิทยา

แล้วล่ะ การจะสร้างตัวละครในการ์ตูนให้ราวกับมีชีวิตอยู่จริง

จะต้องสังเกตจากคนที่มีชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ใช่อ่านจาก

ตำราหรือการ์ตูนมาอย่างเดียว


3.ขอบเขตในการเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์

ต่อจากข้อข้างบน แค่สังเกตพฤติกรรมมนุษย์อย่างเดียว

อาจจะทำให้สร้างตัวละครที่หลากหลายได้ แต่ยังไม่พอ

เพราะเราอาจจะสรุปเอาเองแค่มองฉาบเดียวอย่าง  เช่น

"คนเป็นคุณหนูมักจะขี้โอ่ และอ่อนแอ" จริงอยู่ว่าเราอาจจะ

สร้างตัวละครแบบนั้นได้ แต่ถ้าเกิดโดนตั้งคำถามว่า

"ทำไมคนเป็นคุณหนูต้องขี้โอ่และอ่อนแอล่ะ" สุดท้ายเรา

ก็อาจจะตอบได้ไม่สมจริงเพราะ "เราไม่เคยตั้งคำถามหลัง

จากสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ เรามองคนแค่ผิวเผิน แล้ว

ตัดสินเอาเอง" ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การจะทำตัวละครให้มี

"มิติ" และดูมีชีวิตอยู่จริงจะต้องศึกษาอย่างละเอียดลึกซึ้งพอ

ซึ่งอาจจะใช้วิธีการศึกษาให้มากขึ้น พูดคุยกับเพื่อนมนุษย์ 

ตั้งคำถามและค้นคว้าหาคำตอบจากแหล่งความรู้ต่างๆ


4. ความสามารถทางจิตวิทยา

การสังเกตจากภายนอกและใช้ประสบการณ์ชีวิตอาจจะ

ทำให้ เรามีความรู้และความเข้าใจในตัวละครระดับหนึ่ง

แต่การที่เราจะ"บรรยาย อธิบาย ทำนาย และ ควบคุม"

พฤติกรรมของตัวละคร ในเรื่องของเราได้อย่างสมจริง

ก็จำเป็นที่ผู้เขียนจะต้องมีความรู้ ทางด้านจิตวิทยา

ที่เกิดจากการศึกษาทางด้านจิตวิทยาโดยเฉพาะ

อย่างเช่น เราจะออกแบบตัวละครที่เป็นผู้สูงอายุ และ

อยากค้นคว้าว่าในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยผู้สูงอายุจะรู้สึก

อย่างไรกันแน่ เราอาจจะไปหา "หนังสือความรู้เกี่ยวกับ

พฤติกรรมและจิตใจของผู้สูงอายุ"มาศึกษา  และเทียบกับ

การสังเกตตามธรรมชาติของจริง เพื่อให้เข้าใจผู้สูงอายุ

จนกระทั่งเราสามารถ ที่จะ "ทำนาย และ ควบคุม" พฤติกรรม

ของผู้สูงอายุ ในเรื่องได้ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผู้สูงอายุ

จะตัดสินใจอย่างไร


5.ความสามารถในการออกแบบ

คำว่า "ออกแบบ" หมายถึง การวางแผน นั้นเอง แม้ตัวละคร

ใน การ์ตูนของเราจะมีความหลากหลายและสมจริงเพียงไร

ถ้าเราไม่ได้ออกแบบเพื่อให้คนอ่านการ์ตูนในกลุ่มเป้าหมาย

ชอบก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นเราต้องรู้จักการออกแบบ ก็คือ

ต้องรู้จักการวางแผนโดยใช้ข้อมูลต่างๆมาจัดเรียงกันใน

ตัวละคร เพื่อให้เป็นตัวละครที่สุดยอด ผู้คนชื่นชอบ ให้จงได้

ถ้าเราจะออกแบบตัวละครในการ์ตูน ทั้งรูปร่างหน้าตา เสื้อผ้า

 อาชีพ เป้าหมายชีวิต ความสามารถ สภาพครอบครัว จุดอ่อน

การพูดจา และอื่นๆอีกมากมายทั้งหมดของตัวละครนั้นๆ

จะต้อง เข้ากันได้อย่างดี และโดนใจ กลุ่มเป้าหมายที่อ่าน

การ์ตูนด้วย !!

 

 

ระวังการใส่"ตนเอง"ลงไปในตัวละครทุกตัวมากเกินไป 


1. ตัวละครนิสัย ความคิด การกระทำเปลี่ยนกลางเรื่อง !

เกิดจากที่คนเขียนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เมื่อสภาพ

จิตใจและความคิดของคนเขียนเปลี่ยนเนื่องจากสภาพแวดล้อม

เช่น เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นในชีวิตคนเขียน  ทำให้คนเขียน

อยู่ๆก็เอาความคิด การกระทำของตัวเอง หรือคนอื่นที่เกี่ยวข้อง

กับเรื่องราวที่ตนเองกลุ้มใจเข้ามาใส่ในตัวละครเดิมระหว่าง

เรื่อง ทำให้อยู่ๆตัวละครก็ทำนิสัยแปลกๆที่ขาดความสมจริง

ตามวิถีชีวิตของตัวละครขึ้นมา


2. ตัวละครดูคล้ายๆกันหมดในเรื่อง !

ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด คือ ตัวละครทุกตัวในเรื่องมีหน้าตา

มุ่งมั่นเหมือนกันหมดเลย ! (สังเกตจากรูปแบบคิ้วตัวละคร

จะขมวดเหมือนกันหมด) ก็เข้าใจอยู่ว่า คนเขียนนั้นมีจิตใจ

มุ่งมั่น แต่อย่าเอามาใส่ในตัวละครทุกตัวสิ  อย่าลืมสิว่า

แม้แต่สถานการณ์ที่คับขันที่สุด ก็อาจจะมีตัวละครที่คิ้วตก

แล้วหัวเราะอยู่บ้างล่ะ ถ้าในเรื่องของคุณมีแต่ตัวละครคิ้ว

ขมวด หน้าตามุ่งมั่นเหมือนกันหมดแสดงว่าเริ่มใส่ตัวตน

ของคนวาดลงไปมากเกินไปทำให้ตัวละครขาดความ

หลากหลายแล้วล่ะ ไม่ดีแน่ถ้าจะต้องอ่านการ์ตูนที่มีตัว

คนเขียนก๊อปปี้อยู่เต็มการ์ตูนไปหมดแบบนั้น >.<

 

เวลาเขียนต้องมองโลกผ่านตัวละครนั้นๆอย่างแท้จริงนะ

 

 

ใส่ตนเองลงไปในตัวละครอย่างไรให้เนียน


แม้จะต้องระวังเรื่องการใส่"ตนเอง"ลงไปในตัวละครมาก

เกินไป แต่ไม่ได้ห้ามใส่ เพราะมันห้ามกันไม่ได้ งานศิลปะ

ที่ใช้ในการถ่ายทอดอย่างการ์ตูนก็มักจะต้องถ่ายทอดด้วย

ตัวคนเขียนเองเพียงคนเดียวอยู่แล้ว ดังนั้นหัวข้อนี้จะว่าด้วย

การใส่ตนเองลงไปในแต่ละตัวละครอย่างไรให้เนียน


- การเข้าทรงตัวละคร

การจะจินตนาการการเคลื่อนไหว การตัดสินใจ หรืออารมณ์

ของตัวละครจะต้องใช้วิธีการ "เข้าทรง" คือ การนำวิญญาณ

ของตัวละครมาประทับร่างของตนเองแล้วปล่อยให้เรื่องมัน

ดำเนินไป อย่างเช่นถ้าผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ชาย

จะเล่าเรื่องความคิดความรู้สึกของผู้หญิง ผู้เขียนก็ต้อง

จินตนาการสวมวิญญาณของผู้หญิงให้สมจริง แล้ว

จินตนาการให้เต็มที่ก่อนลงมือเขียน  ให้มองเรื่องผ่าน

มุมมองของตัวละครที่ละตัวขณะเข้าทรง จดบันทึก แล้ว

นำมาเรียบเรียงใส่โครงเรื่อง


- ใส่ไว้แค่ตัวละครหนึ่งๆในเรื่อง แล้วทำโทนเรื่อง

ให้เป็นแบบที่เราต้องการ

สมมติว่าผู้เขียนเป็นคนที่มองโลกแง่ร้าย คิดว่าคนเรา

ทุกคนเห็นแก่ตัวเป็นรากเหง้า  เราต้องใส่ตัวละครที่

มองโลกแง่ดี ร่าเริงสุดๆลงไปในเรื่อง(ต้องทำให้สมจริง

มากๆ) เสร็จแล้วก็สร้างตัวละครที่มองโลกแง่ร้าย

ให้เป็นฝ่ายที่ควบคุมโทนเรื่อง ก็จัดว่าเป็นการแอบ

ใส่ตนเองลงไปในตัวละคร(ที่มองโลกแง่ร้าย) ได้อย่าง

เนียนเหมือนกัน

**จะเห็นว่าสุดท้ายเราก็ต้องเข้าใจลักษณะนิสัยของ

บุคคลที่ในชีวิตจริงเราขัดแย้ง หรือ ไม่ชอบ ด้วย**


- การแบ่งวิญญาณ

ผู้เชียนที่ชำนาญผ่านสมรภูมิมามากทางด้านการ

เขียนการ์ตูนเรื่องที่มีตัวละครหลากหลายจะสามารถ

แบ่งวิญญาณของตนเองออกไปใส่ในแต่ละตัวละคร

ก็คล้ายๆการเข้าทรง แต่การเข้าทรงจะทำเป็นรายตัว

ในขณะที่การแบ่งวิญญาณจะทำทีละหลายๆตัวละคร !

วิธีการคือ ก่อนอื่นเราต้องรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้

ทุกซอกทุกมุม เราจะพบว่าในร่างกายเรามีจิตใจที่

ซับซ้อน หลากหลาย และขัดแย้งกันอยู่ ให้เรานำ

แต่ละส่วนของความนึกคิดที่ขัดแย้งกันอยู่มาเขียน

เป็นตัวละคร เช่น ตัวเราเป็นคนที่มุ่งมั่น ไล่ตาม

ความฝัน บอกว่ามีชีวิตอยู่เพื่อความฝัน

แต่ใจหนึ่งก็อยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข

เราจะแยกได้ 2 ตัวละคร คือ ตัวละครแรกที่เห็นแก่ตัว

ไล่ตามความฝันแม้จะสูญเสียเพื่อนไป ส่วนอีกคน คือ

คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อรักใครสักคน


- กำลังชอบอ่านการ์ตูนเรื่องไหนอยู่ ตัวละคร

ก็กลายเป็นเรื่องนั้นง่ะ ! ทำไงดี

เวลาเขียนๆการ์ตุนอยู่ อยู่ดีๆตัวละครก็เปลี่ยนเพราะ

เราไปคลั่งตัวละครในการ์ตูนเจ๋งๆเรื่องอื่นซะนี่

มีวิธีแก้อยู่ คือ การ"บิด" ตัวละคร แล้วนำมาเล่าด้วย

การเข้าทรงแล้วเขียน  การบิดตัวละคร คือ การนำ

เปลี่ยนแปลงข้อมูลบางอย่างของตัวละครนั้นๆจน

แปรสภาพเป็นตัวละครใหม่ เช่น ชอบตัวละคร

ในเรื่องหนึ่งที่ตัวเอกเป็นคนที่ชอบเก๊กเท่ห์ สายตา

เย็นชา ให้เราบิดเป็นเก๊กเท่ห์ แต่ติงต๊องๆ

ชอบกินซาละเปา (รูปร่างภายนอกต้องเปลี่ยนเยอะๆ

ด้วย) จะทำให้ตัวละครดูไม่ใช่คนเดิม

แต่อาจจะมีวิญญาณของตัวละครนั้นๆเจือปนอยู่

ที่สำคัญ คือ อย่าเอาตัวละครมาจากเรื่องเดียวกัน

มากนัก ใช้หลายๆเรื่องหน่อย วิธีการบิดตัวละคร

แล้วเข้าทรงนี้   เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐาน

จิตวิทยาการออกแบบตัวละครที่แน่นแล้วเพราะ

ถ้าไม่แน่นพอ เราจะไม่สามารถ"บิด"ให้เกิด

ตัวละครใหม่ได้  แต่จะดูเป็น"ลอกมาทั้งดุ้น"

 

ออกแบบบุคลิกของคาแร็คเตอร์

แบบบะหมี่สำเร็จรูป


อันนี้เป็นวิชามารแบบขี้เกียจๆ เหมาะสำหรับคน

ที่อยากใช้สูตรสำเร็จรูปเพื่อลัดคิวขั้นตอนยากๆ หรือ

ใจร้อนในการฝึกฝนวาดาการ์ตูนเรื่อง  Lugyมีเดีย

ขอเสนอ สูตรคาแร็กเตอร์สำเร็จรูปดังนี้


1. กลางๆจืดๆ

ตัวละครที่ธรรมดาๆ ไม่ดีเกินไป ไม่เลวเกินไป

จืดสนิท ไม่เด่นอะไร ดูไม่มีแก่นสาร


ขัดแย้งกับ : ห้าวตรง เพราะห้าวตรงจะมองว่า

อ่อนแอ ไม่เด็ดเดี่ยว


สนับสนุนกับ : ทุกแบบนอกจากห้าวตรง เพราะ

เป็นคนที่กลางๆ

 

2. ห้าว,ตรงๆ

ตัวป่วน ตัวว้าก ตัวนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ของกลุ่ม

ตัวโหด ตัวโวยวาย


ขัดแย้งกับ : ตัวละครเงียบๆ เพราะดูฉลาดเกินไป

เดาใจยาก ไม่รู้จะต่อกรยังไง


สนับสนุนกับ : ตัวละครใจดี เพราะแพ้ความอ่อนโยน

 

3. ใจดี,เรียบร้อย


อ่อนโยน อ่อนหวาน มองโลกแง่ดี แม่พระ พ่อพระสุดๆ


ขัดแย้งกับ : ไม่ค่อยมี


สนับสนุนกับ : แทบทุกคน

 

4. เงียบ เย็นชา


ปากรูดซิป เดาใจยาก ดูฉลาด เย็นชา มืดมน


ขัดแย้งกับ : แทบทุกคน เพราะไม่ชอบสุงสิงกับใคร


สนับสนุนกับ : ไม่ค่อยมี เพราะไม่ชอบยุ่งกับใคร

 

5. ตลก,สนุกสนาน


หัวเราะได้ตลอด ร่าเริงได้ทุกเวลา ชอบการปาร์ตี้เป็น

ที่สุด  ชอบเรื่องสนุกสนาน


ขัดแย้งกับ : ตัวละครเงียบๆ เพราะมันเงียบเกินไป


สนับสนุนกับ : กลางๆจืดๆ กับ ใจดี เพราะพวกเค้า

รับมุข

 

คาแร็กเตอร์พื้นฐานทั้ง 5 นี้ เป็นคาแร็กเตอร์

ที่มีความขัดแย้งกันเองในเชิง บุคลิก และความสัมพันธ์ 

ทำให้ดูหลากหลาย น่าติดตาม ความขัดแย้งที่จะเกิดก็

จะขับจุดเด่น ของตัวละครให้เด่นขึ้นด้วย

ควรใช้คาแร็กเตอร์ 5 แบบ ในกลุ่มของตัวละคร

ในเรื่องเช่น กลุ่ม A มีบุคลิก 1 - 3 / กลุ่ม B มี

บุคลิก 1 - 5  เรื่องสั้นอาจจะใช้แค่กลุ่มเดียว และ

เรื่องขนาดกลางอาจจะนำทั้ง 2 กลุ่มมาประจันหน้ากัน

ซึ่งจะมีทั้งบุคลิกที่ขัดแย้งกัน(ว้ากกัน) และบุคลิกที่

สนับสนุนกัน(ปลอบกัน)


5 แบบนี้เป็นพื้นฐานสำเร็จรูปในการออกแบบกลุ่ม

คาแร็กเตอร์ คนที่กำลังฝึกอาจจะลองหัดเขียน 5 แบบนี้

ให้ชำนาญ ตัวละครดูชัดเจน แล้วค่อยลองใส่ส่วนผสม

เพิ่มเติมลงไปเมื่อเริ่มคล่องแล้วเพื่อให้ตัวละครมีมิติยิ่งขึ้น


แม้จะมีสูตรอยู่แต่ก็ไม่ควรจะยึดติดกับเรื่อง"ขัดแย้ง" หรือ

"สนับสนุน" ที่เขียนมามากนัก เพราะมันเป็นแค่รูปแบบ

ตัวอย่างตัวละครระดับเบสิคเท่านั้น  ในระดับสูง ตัวละคร

ที่ใจดีก็อาจขัดแย้ง กับตัวละครที่สนุกสนานได้  ตัวละครที่

ห้าวก็อาจสนับสนุนตัวละครจืดๆได้ อยู่ที่ความเข้าใจที่มีใน

วิญญาณของแต่ละตัวละครมากกว่า

 

 

 

-------------------------------------------------------

บรรณานุกรมแบบขี้เกียจเล็กน้อยถึงปานกลาง

- Developmental Psychology ของอาจารย์อุบลรัตน์

- Art of Screenplay Writing ของนิตยสาร BioScope

- Art of Advertising Design ของอาจารย์ธีระชัย

 

 

 

จบแล้วนะ ตอนที่ 1

 

เรื่องรูปเหรอ ติดไว้ก่อนนะ

ขออัพบทคาแร็กเตอร์ให้หมดก่อน

มี 10 กว่าตอนแน่ะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

จะพยายามทยอยอัพรวด

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 7 Nov 2007 03:59:07 by Lugy

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เราก็กำลังออกแบบตัวละครเราอยู่เหมือนกัน
หนุกดีเนอะ
ชอบๆ
ขอบใจสำหรับคำแนะนำมากๆค่า
#1  by  bentie~ At 2007-11-06 19:34, 
>.< เมนท์เร็วจัง ยังไงก็อ่านเรื่องพล็อตควบคู่ด้วยนะคะ

ตัวอักษรใหญ่-เล็ก ไป ไม่สบายตาช่วยบอกด้วยนะคะ
#2  by  Lugy At 2007-11-06 19:50, 
ดอ็ ขอบคุณความรู้นะครับ confused smile
ชอบแต่งนิยายอ่ะ
พวกแนวแฟนตาซี

แต่พอแต่งไปแต่งมาจะเริ่มรู้สึกว่า นิสัยมันเริ่มเปลี่ยนไป แล้วก็คล้ายๆกันไปหมด -*-

เลยรู้สึกเหมือนเป็นเพราะว่าเวลาเราคิดบทพูดมันคิดแต่ว่าจะต้องโต้ตอบกันแบบนี้ๆให้เป็นมุกแบบนี้
จนลืมนึกไปว่าตัวละครตัวนี้นิสัยเป็นยังไงอ่ะ

ส่วนตัวการ์ตูนนี่ ที่เคยออกแบบไว้ ออกแบบไว้เฉยๆอ่ะ ไม่ได้แต่งเป็นเรื่อง -*- ความสามารถยังไม่ถึงขั้น TT^TT
#4  by  PapaPayi At 2007-11-06 20:41, 
ขอบคุณครับ
ขออ่านไว้เตือนใจตัวเองเวลาแต่งเรื่องต่อไป
แม้ว่าตอนนี้ยังจะมีอะไรผิดพลาดบ้างแหละ
แต่ก็จะพยายามต่อไปเรื่อยๆ เหอๆsad smile
#5  by  โคค่อน At 2007-11-06 21:12, 
ให้ความรู้ดีค่ะ ขอบคุณมากเลย confused smile
ปล. ตัวใหญ่แบบนี้อ่านง่ายดีค่า
#6  by  ~Alpha~ At 2007-11-06 21:43, 
ขอบคุณครับ
#7  by  narj ครับ At 2007-11-06 21:56, 
ส่วนใหญ่ถ้าเราจะแต่งนิยาย เราจะเอาคาแรกเตอร์ที่เราชอบ (ตัวเอกน่ะนะ) ส่วนตัวประกอบเราก็จะสังเกตจากคนรอบๆตัวว่าใครมีนิสัยเป็นยังไงบ้าง 555

ขอบคุณสำหรับความรู้จ้า
#8  by  風力「Fuuryoku」 At 2007-11-06 22:06, 
ขอบคุณสำหรับความรู้มากๆเลยครับ กำลังพยายามหัดออกแบบตัวละครอยู่พอดี คิดนิสัยของตัวละคร จนบางที ก็รู้สึกเอาตัวเองไปใส่มากเหมือนกันครับ
#9  by  Scalopus+ At 2007-11-06 23:51, 
เห็นด้วยอย่างมากในเรื่องของประสบการณ์ชีวิต
ถ้าขาดความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่นก็สร้างงานดีๆไม่ได้
นักเขียนการ์ตูนต้องออกไปใช้ชีวิตให้คุ้ม
อันนี้เตือนตัวเองอยู่ตลอด

ดีจังครับ มีบล็อคที่มานั่งถกเรื่องแบบนี้
ผมเองก็อยากมาถกด้วยจังเลย
พวก comic tips ในเรื่องของเนื้อเรื่อง
ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจเท่ากับภาพ

ดีจังๆ...

ผมว่าฟอนต์เล็กกว่านี้จะอ่านง่ายกว่านะครับ พอดีตัวใหญ่แล้วมันตกไปอีกบรรทัด
#10  by  PERFECT WEDNESDAY At 2007-11-07 00:31, 
หวาย ไปกินข้าว กลับมา เพิ่มมา 7 เมนท์ O.O

เดี๋ยวจะเขียนเรื่อง ใส่ตัวเองลงไปอย่างไรให้เนียน ต่อ นะ

ไว้กลับมาอ่านกันต่อนะ อย่าเพิ่งหายไปไหน >.<
#11  by  Lugy At 2007-11-07 00:36, 
บทความดีครับ ทำต่อเรื่อยๆนะครับ
#12  by  My Goddy At 2007-11-07 00:55, 
ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์นะฮะ


จะมาตามอ่านเรื่อยๆนะครับ ทำให้ได้มุมมองดีๆ และได้เรียนรู้จริงๆ ถ้าผมมีผลงานใหม่จะมาเรียนเชิญขอคำวิจารณ์อีกนะครับ big smile
#13  by  PERFECT WEDNESDAY At 2007-11-07 02:20, 
ขอบคุณคับ ที่นำมาบอก
#14  by  gorjai At 2007-11-07 09:12, 
โวว...ขอบคุณสำหรับเนื้อหาที่ให้ประดับความรู้ แต่น่าจะมีรูปคั่นเนาะ..อ่านมากแล้วมึนหัวง่ะ (ป๊าบ...โดนเตะเพราะเรื่องมากsad smile )
#15  by  Evil eye At 2007-11-07 11:54, 
งิงิ ดีมากเลยอ่าค่ะ อยากให้มาเม้นเราบ้าง นี่ลิ้งนะ
http://www.letcomic.com/topicview.php?id=135
#16  by  jomkwan At 2007-11-12 23:02, 

<< Home