2010/Oct/11

" ปอ " นะจ๊ะ
 
ม่ายช่าย " พล "
 
 
Foot in mouthFoot in mouthFoot in mouthTongue outTongue outTongue out
 
 
cosmode วางแผงแล้ว Cool

2010/Sep/06

ถ้าคิดจะจ้องเข้ามาในความมืด

ก็จะต้องถูกความมืดจ้องกลับไปเช่นกัน

 

......

 

ตอนนี้ฉันลุกขึ้นมาจากที่ที่ฉันนอนอยู่อย่างไร้ชีวิต เหมือนกับซากศพที่ไม่มีใครเหลียวแล

 

หายใจสูดเอาความมืดเข้าไป

 

เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้

 

คนอย่างพวกเรามันไม่เหมาะกับแสงสว่างหรอก

 

คนอย่างพวกเราน่ะ

 

ต้องสูดลมหายใจเอาความมืดเข้าไป

 

 

......

 

...

 

...

 

ฉัน และ CBR400RR สีน้ำเงินเข้มราวกับท้องฟ้า

 

ออกทะยานไปตามเส้นถนนทางหลวงอันมืดมิดในยามราตรี

 

มือหนึ่งถือท่อนเหล็กขนาด 70 ซม.

 

ลากไปตามเส้นท้องถนนราวกับมัจจุราชเข้าสิง

 

ด้วยความเร็ว 170 กม.ต่อชั่วโมง

 

ความเร็วที่อาจจะทำให้บางคนอาจถึงกับหายใจไ่ม่ออก

 

สายลมแห่งความมืดในคืนนี้มันกรีดร้อง

 

ฉันฝ่าวงล้อมของแสงไฟวิบวับยามราตรี

 

ฝูงมอเตอร์ไซค์ที่ไร้ซึ่งความเร็ว ไร้ซึ่งกำลัง

 

มอเตอร์ไซค์คันเล็กจิ๋วที่เหมือนมด ที่พวกคนเหล่านั้นภูมิใจในยามค่ำคืน

 

พวกเขามารวมตัวกันทำอะไรนั้น ฉันไม่สนใจ

 

ด้วยความเร็ว 170 กม. ต่อ ชั่วโมง

 

ฉันใช้ท่อนเหล็กฟาดผ่าน แสงไฟ

 

เมื่อมองจากกระจก CBR ของฉัน

 

แสงไฟที่ฉันแล่นผ่านนั้นค่อยๆดับลง

 

ทีละดวง ทีละดวง

 

ฉัน และ CBR ตีโค้งกลับมา

 

และใช้ท่อนเหล็ก ฟาดซ้ำอีกครั้ง

 

ก่อนที่กลิ่นคาวเลือด และละอองเลือดจะกระจายฟุ้ง

 

ฉันก็ไม่ได้กลิ่นแล้ว

 

ฉันไปแล้ว

 

ด้วยความเร็วๆ 170 กม. ต่อ ชั่วโมง

 

สักวัน 

 

ความมืดนี้อาจจะไป ใน สักที่หนึ่ง

 

 

พวกเรามันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยพลังแห่งความมืด

 

ถึงจะมีชีวิตต่อไป

 

ค่ำคืนแห่ง "การล่า" ของฉัน จบไปอีกวันหนึ่ง

 

และในอีกวันหนึ่ง

 

มันจะกลับมา

 

......

....

..

 

ตัวฉันคนเดิมที่ฉันไขว่คว้า

 

มันกลับมาแล้ว

 

.....

 

ฉันจะสูดความมืดมิดเข้าไป

 

และตระเวนราตรี

 

ดั่งสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับ

 

ตลอดไป

 

 

 

 

 

ที่เขียนว่าตีแว้นน่ะ

ล้อเล่น (เอ๋ แต่สักวันอาจทำจริงนะ เอ๊ะ ยังไง อิอิ) 

แต่ 170 กม. น่ะ   เรื่องจริง

หึหึ

 

 

2010/Aug/10

หลังจากหลับในโรงแรม Mystays อย่างแสนสบาย วันนี้เราก็มีภารกิจในเช้าวันใหม่

นั่นก็คือ การไปเยือนย่าน Asakusa อันเลื่องชื่อ !!

 

คราวนี้เราจะนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่ Asakusa กัน ประมาณคนละ 160 เยน มั้ง

 

พอขึ้นจากสถานีมาบนดิน ก็จะเจอสัญลักษณ์ทันที โคมไฟห้อยน่ารักๆ

 

เดินจากสถานีประมาณ 5 นาที ก็จะถึง Kminarimon สัญลักษณ์ คือ โคมแดงขนาดยักษ์

ว่ากันว่าใครมาโตเกียวแ้ล้วไม่ได้ถ่ายคู่กับไอ้นี่ แปลว่า ยังมาไม่ถึงโตเกียว !!

 

วันนี้ฝนตกแต่เช้า แต่นักท่องเที่ยวก็ยังเยอะมากอยู่ดี ทั้งคนญี่ปุ่นจากต่างจังหวัดที่มาเที่ยว และ ต่างชาติ

เวลาจะถ่ายรูปมักหาที่ว่างไม่ได้ คุณอาจจะลองวิธีนี้ดู คือ ให้โพสท่าประหลาดๆ คนรอบข้างก็จะแหวกออกเหมือนแมวตื่น ให้คุณถ่ายรูปทันที ถ้าคุณหน้าด้านพอ

 

 

เทพไรจิน(สายฟ้า)ผู้ปกป้องประตูคามินาริแห่งนี้

 

เทพฟูจิน(สายลม)อีกหนึ่งผู้พิทักษ์ประตูคามินารินี้

 

 

พอเดินเข้าไปในประตู เราจะเจอย่านการค้าที่เรีกว่า "ถนน Nakamise"

 ถนน Nakamise แห่ง Asakusa เป็นแหล่งื่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ของฝากที่มีชื่อเสียง

ของฝาก ของที่ระลึก ที่แสดงความเป็นญี่ปุ่นจะมีขายที่นี่ที่เดียวของโตเกียว อย่างเช่น ป้ายไม้ พวงกุญแจโคมแดง ดาบซามูไร ยูกาตะฯลฯ

ราคาไม่ถูกไม่แพง อารมณ์ประมาณจตุจักรบ้านเรา

ถ้ามาวันเสาร์อาทิตย์ ที่นี่จะมีคนแน่นมากทั้งต่างชาติและคนญี่ปุ่นจากทั่วภูมิภาคที่มาเที่ยว

 

 

เข้าจากประตูทางซ้ายมือ จะมีคุณลุง ขายน้ำมะนาวโซดาแบบนี้อยู่

แบบที่มีลูกแก้วอุดปากขวดแล้วเราต้องกดลงไป ป๊อก! จัดว่าเป็นของหายาก

เรียกว่า ราโมะเนะ (เลมอนเนด)   ขวดละ200เยน
 
บ้านเราตอนคุณพ่อคุณแม่ยังเด็กเคยมีมาขาย เรียกว่า น้ำมะเล็ด
 

 

ภาพบรรยากาศภายในถนน Nakamise

ถนนนี้ขายองคึกคัก น่าสนุกจริงๆ

 

พวงกุญแจเยอะแยะเลย ราคาตั้งแต่ 200 เยน ขึ้นไป

สำหรับ Asakusa อะไรๆก็ต้องเป็นรูปโคมแดง

 

อย่างเช่น ขนมที่เป็นแป้งคล้ายๆขนมไข่สอดไส้ถั่วแดง ก็ต้องเป็นรูปโคมแดง ^^

 

 

เดินทะลุออกมาจาก Nakamise จะเจอซุ้มประตูอีกซุ้มนึง ชื่อว่า "ฮันโซมง"

 

 

เทพอุน(อะ-อุน) ผู้พิทักษ์ประตูฮันโซ

 

เทพอะ(อะ-อุน) อีกหนึ่งผู้พิทักษ์ประตูฮันโซ

 

ด้านหลังของโคมที่ประตูฮันโซมง

 

 

เซียมซี 100 เยน พี่บอลกำลังเซียมซีให้กับพี่ปอ

ผลที่ออกมา บอกว่า ดวงดีจ้ะ ^^

 

 บ่อน้ำ ที่เราจะต้องบ้วนปากและล้างมือ ล้างหน้า ก่อนจะเข้าวัดจ้ะ

เวลาล้างอย่าเอากระบวยมาสัมผัสปากโดยตรงนะ ให้ตักมารองใส่มือแล้วค่อยบ้วนนะจ๊ะ

ห้ามดื่ม ห้ามอาบ ด้วยนะ

 

เข้าสู่วิหารใหญ่ ของวัด Sensoji

 

ตรงนี้จะมีรางที่มีฝาเป็นซี่ๆแบบที่เห็นในการ์ตูน ให้เราโยนเงินบริจาคลงไป

พอบริจาคก็อธิษฐาน แล้วก็ตบมือ 2 แปะ

แน่นอน เราอธิษฐานให้พี่ปอและพี่เซ ชนะ WCS ^__^

และขอให้คุณพ่อคุณแม่มีความสุข สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง

 

 

สถานที่ประกอบพิธีกรรม  ไม่ได้เปิดให้เข้าชม

 

เดินออกมาอีกทางหนึ่ง

เจอบ่อน้ำชำระร่างกายอีกแล้ว สังเกตตรงเสา มีสติ๊กเกอร์อะไรไม่รู้แปะอยู่มากมาย

ลองเข้าไปดูดีกว่า

 

บริเวณด้านในหลังคา สติ๊กเกอร์เยอะแยะเลย

 

 

อ๊ะ มีภาษาไทยด้วย !!

 

น้ำเย็นเฉียบ อยากกิน แต่น่าเสียดาย เค้าปักปายว่าห้ามกิน

 

มีบริเวณให้แขวนป้ายขอพร โดยให้เราซื้อป้ายไม้ขอพร จากพระที่นี่อันละ 600 เยน แล้วก็เขียน เอาไปผูก

สังเกตแถวบนอันที่ 2 จากทางขวา เอ๊ะ คุ้นๆ

 

อิอิ ป้ายไม้ที่พวกเราเขียนอวยพรให้พี่ปอกับพี่เซ ชนะ WCS นั่นเอง

พี่บอลกับนอยหารตังค์กัน ส่วนนอยเป็นคนเขียน

 

 

อันนี้ด้านหน้าป้าย ปีนี้เป็นปีเสือ ก็เลยเป็นรูปเสือ

ซื้อเจ้าแป๋วแหวว(ลายเสืออีกแบบหนึ่ง แต่ตาแป๋วน่ารัก) ไปฝากพี่ปอด้วยอีกอัน

ดูเหมือนพี่ปอจะเอาไปอวยพรให้เพื่อนๆทุกคนนะ ^^

 

 

ขาเดินกลับทางเดิน ซื้อ เมล่อนปัง ของแท้และดั้งเดิมมาด้วย

กรอบนอก นุ่มใน ร้อนๆ อร่อยสุดๆ !! อันใหญ่มาก ประมาณชามข้าวได้

ราคา 120 เยน เท่านั้น

 

พี่บอลกำลังแย่งนอยกินเมล่อนปัง

 

 

กำลังจะไปแล้วน้า ประตู kaminari

 

 

เดินออกมาจากวัดเซ็นโซจิออกไปนิดหน่อยก็เจอแม่น้ำ sumida

เสียดายจริงๆ เพราะวันพรุ่งนี้(วันเสาร์)ซึ่งเราต้องเข้านาโงย่าแล้ว

ที่แม่น้ำนี้ จะมีเทศกาลดอกไม้ไฟ ที่จะจัดเหมือนเป็นสุดท้ายของฤดูร้อนด้วย

ช่วงนี้เราจะเจอคนญี่ปุ่นเดินใส่ยูกาตะตามท้องถนนเยอะแยะเลย บางคนก็มาที่ Asakusa นี่ เพื่อเตรียมซื้อชุดยูกาตะเช่นกัน

 

ชุดยูกาตะที่ญี่ปุ่นมีราคาตั้งแต่ 2800 เยน ขึ้นไปจ้ะ

 

 

แถวๆแม่น้ำ sumida เราจะเห็นตึกเบียร์ Asahi ที่มครๆก็ชอบมาถ่ายเพราะว่ามันแปลกแล้วก็เหมือนxxx!!!!

 

อันนี้บังเอิญถ่ายได้ตอนมีคนออกมาจากตู้กดน้ำพอดี

 

 

ขึ้นรถไฟมา 1 สถานี จาก Asakusa เราก็มาถึงแล้ว สถานี Ueno

เราเดินเลียบๆสวนสาธารณะ Ueno ที่ขึ้นชื่อว่าในการ์ตูน แยงกี้ มักจะมาต่อยกันที่นี่

เราก็จะมาถึงที่นี่แล้ว "ตลาด Ameyoko"

แหล่งขายของส่งราคาถูกอันเลื่องชื่อ

 

นี่...ร้านผลไม้บ้านเค้าทำแบบนี้ หั่นแล้วเอามาเสียบไม้ วางๆ

ในรูปก็มีสับปะรด เมลอน แล้วก็ อะไรน้า....ลืม

แต่พอคิดว่าเมลอนเสี้ยวละ 38 บาทก็....นะ   

เราก็ซื้อเมลอนมา อรอ่ยดีนะ

 

ตลาดอาเมโยะโกะ มีของสดราคาถูกเยอะแยะ ลด แลก แจก แถม น่าดู

แต่ว่า ตาดีได้ ตาร้ายเสีย นะจ๊ะ ^^

 

อันนี้เป็นข้าวปั้นย่างห่อด้วยเนื้อวัว อรอ่ยมาก

ก้อนละ 350 เยน แพงเอาเรื่อง แต่อร่อยจริงๆนะ

 

จริงๆ Lugy แว่บ ไปซื้อเกี๊ยวซ่าร้านข้างๆมาด้วยนะ(ไม่ได้ถ่ายรูปมา)

หน้าตาเหมือนเสี่ยวหลงเปา 4 ลูก 380 เยน แต่ลูกเบ้อเริ่มเลย

 

 เราก็เอามากัดคำหนึ่ง

 

ปรี๊ด!!!

 

น้ำซุปพุ่ง !!! O[]O

 

ว่าแล้วน้ำซุปเกี่๊ยวซ่า ก็พุ่งแสลช แฉวบ ไปโดนเสื้อคนญี่ปุ่นที่เดินสวนกัน ไป 1 แถบ

แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะไม่รู้ตัวแฮะ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะก๊ะ T^T

 

สรุปว่าที่ตลาด Ameyoko เนี่ย ก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แต่เวลาเราสิ มีน้อยเหลือเกิน

พี่บอลซื้อปลาไหลย่างมา 1 ตัว เต็มๆ ยาวประมาณ 30 ซม.  800 เยน !! อร่อยมากกก

แล้วก็ซื้อ ไข่ปลาแซลมอนมา 2 แพ็ค 1000 เยน กับ ไข่ปลาเมนไทโกะ 2 แพ็ค 1000 เยน

 

 

เดี๋ยววันนี้เอาครึ่งวันแรกก่อนนะ เดี๋ยวครึ่งวันหลังจะมาต่อกัน Entry หน้า

 

-----------------------

Entry หน้า

 

Day 2 [C4 Team ] Tokyo - Nagoya [WCS 2010]....ภาค 2 กันดั้มคาเฟ่  โตเกียวทาวเวอร์  และคนเมา